Jump to content

Background Image

[GIJINKA] Pokemon & The Gang ! {Special Chapter}

Started by + Pangtor Girl + , Sep 06 2015 01:18 PM
gijinka drama romance fantasy

  • Please log in to reply
7 replies to this topic

#1

+ Pangtor Girl +
  • + Pangtor Girl +
  • Advanced Member
  • Members
  • PipPipPip
  • 876 posts
  • Locationโลกจินตนาการ

กระทู้นี้รวมเรื่องราวสัพเพเหระต่างๆ เป็นเรื่องราวบทพิเศษของตัวละครแต่ละตัว

 

ในฟิค PTG อันเก่า (สถานะตอนนี้ดอง รอรีเมค) เนื่องจากผู้แต่งอยากแต่งนิยายแต่

 

ขี้เกียจเกินไป (?) เลยหันมาแต่งบทพิเศษซึ่งเป็นเรื่องสั้นๆแทน

 

Enjoy Reading ค่ะ : )

 

ปล. การอัพไม่แน่นอนน่อ เพราะตั้งเล่นๆ lol


Edited by + Pangtor Girl +, 06 September 2015 - 04:51 PM.


#2

+ Pangtor Girl +
  • + Pangtor Girl +
  • Advanced Member
  • Members
  • PipPipPip
  • 876 posts
  • Locationโลกจินตนาการ

§ Special Chapter §

ความหวัง สีดำ

4 ปีก่อน

 

เสียงสายลมดังหวีดหวิวยามฤดูร้อน ท้องฟ้าโปร่งไร้เมฆ แสงแดดแรงกล้าเสียจนมิอาจลืมตา

ขึ้นมอง มันร้อนแรงจนทุกสรรพสิ่งไม่อยากเคลื่อนไหว ทว่ากลางที่ราบโล่งนั่น มีร่างของหญิงสาว

วัยรุ่นและชายหนุ่มอีกสองคนยืนตระหง่านอยู่เหมือนไม่ได้สนใจถึงความร้อนจากเบื้องบน

ทั้งสามยืนนิ่งจ้องตากันอย่างไม่ลดละ

                หญิงสาวผมสีเขียวใบไม้จ้องชายทั้งสองไม่วางตา นัยน์ตาสีอำพันสวยฉายแวว

ตื่นเต้น บนผิวขาวอมเหลืองมีหยาดเหงื่อใสๆประดับอยู่ทว่าเจ้าตัวไม่ได้สนใจ บนใบหน้างดงาม

เหมือนมีรอยยิ้มอยู่ แต่เจ้าตัวกำลังพยายามกลั้นเอาไว้

หนุ่มผู้สวมหมวกคาวบอยสีกรมท่ายืนเฉียงไปด้านขวาของหญิงสาวอย่างเว้นระยะห่าง ดวงตาคม

สีแสดฉายแววรักสนุกประกอบกับรอยยิ้มกวนๆบนใบหน้าทำให้ชายคนนี้ดูเป็นคนขี้เล่นโดยปริยาย ผมสีฟ้าครามยาวปรกใบหน้าเล็กน้อยพร้อมด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลลงมาตามไรผม

ส่วนชายคนสุดท้ายนั้นยืนเฉียงไปทางด้านซ้ายของผู้หญิง แต่ก็เว้นระยะห่างจากชายด้านข้างด้วย ทำให้ตอนนี้ทั้งสามยืนเป็นรูปสามเหลี่ยมประจันหน้าเข้าหากัน ร่างสูงยิ้มบางๆพร้อมใช้นัยน์ตาสีน้ำเงินมองเพื่อนทั้งสองของตน ผมซอยสั้นสีเหลืองนวลเป็นเอกลักษณ์ทว่าผมปรกใบหน้ากลับ

มีสีแดงเพลิง เขาสวมชุดโทนสีแดงดูขัดกับสีของดวงตายิ่งนักแต่กลับดูมีเสน่ห์  ผ้าพันคอสีขาวพลิ้ว

ไหวตามสายลม น่าแปลกที่ชายคนนี้ไม่มีหยาดเหงื่อเลย

                เหมือนเวลาช่างผ่านไปเนิ่นนาน จู่ๆทั้งสามคนก็กระโจนเข้าหากันและลงมือโจมตีทันที !

บนที่ราบโล่งเหมือนถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสัน แดง ฟ้า เขียว สีทั้งสามต่างเริงระบำท่ามกลางผืนดิน

สีน้ำตาลและใต้นภาสีฟ้าคราม เสียงหัวเราะดังขึ้นไปพร้อมกับท่วงท่าอันงดงาม ศิลปะชิ้นเอกถูกประดิษฐ์ขึ้นด้วยเวทมนตร์ที่ทั้งสามใช้ใส่กันและกัน

...

“วู้ ! สนุกเป็นบ้าเลยแฮะ !” ชายหนุ่มผมฟ้าครามทิ้งตัวบนนอนกับพื้นราบ ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อแต่ก็มีรอยยิ้มกว้าง

“นั่นสิ !” หญิงสาวสวยทิ้งตัวนอนบ้าง เรือนผมสีเขียวแผ่ลงบนพื้น เจ้าตัวหอบน้อยๆพร้อมใช้ดวงตาสีอำพันจับจ้องบนท้องฟ้าสีส้มยามเย็น

“พวกเจ้าสองคนนี่จริงๆเลย ... เสื้อผ้าเปื้อนหมดแล้ว” หนุ่มร่างสูงพูดเหมือนตำหนิแต่น้ำเสียง

กลั้วหัวเราะ เขาไม่ได้ล้มตัวลงนอนเหมือนเพื่อนทั้งสอง หญิงสาวทำแก้มป่องก่อนจะฉุดเพื่อนชายมานอนข้างๆด้วย เขาถอนหายใจเบาๆแต่ก็ไม่ได้คัดค้านอะไร ทำให้หญิงสาวยิ้มหวานน่ารัก

เธอคล้องแขนเพื่อนทั้งสองที่อยู่ขนาบตนเองก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเริงร่าว่า

“ข้าชอบเบลซกับลีออนที่สุดเลย !!!

“เฮ้ๆ จูเลียต ! พูดแบบนี้เดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดหรอก !” ชายผมฟ้านามลีออนพูดขึ้นแทบจะโวยวาย

“อะไรกัน เมื่อก่อนเจ้าไม่เห็นพูดแบบนี้เลย” จูเลียตทำแก้มป่องอีกรอบ

“หน้าแดงไปถึงหูแล้วนะลีออน” เบลซพูดแซวแกมหัวเราะเมื่อเห็นใบหน้าแดงระเรื่อของเพื่อนชาย ทำเอาลีออนโวยยิ่งกว่าเดิม

“ไม่ได้แดงโว้ยยย !!

 จูเลียตหัวเราะเสียงใสกังวานเหมือนกระดิ่งเงินก่อนจะหยอกล้อลีออนเป็นพักๆ เบลซก็ได้แต่อมยิ้มดูทั้งสองอย่างเงียบๆ

ช่างเป็นวันที่ปกติสุขเสียจริง เบลซคิดเช่นนั้น และหวังให้มันเป็นแบบนี้ตลอดไป

...

ก๊อกๆ

“ใครมาตั้งแต่เช้ากันล่ะเนี่ย” ลีออนเดินออกมาจากห้องนอนพร้อมกับหาววอดๆ ผมสีฟ้าครามยุ่งเหยิงเหมือนคนที่เพิ่งตื่น เขาใส่ชุดนอนเดินออกมาอย่างไม่เกรงใจใคร

“เช้าอะไรล่ะ นี่ก็ปาเข้าไปเก้าโมงแล้วนะ” เบลซที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะทานข้าวพูดขึ้นยิ้มๆ ในมือของเขา

มีแก้วกาแฟสีขาว ผมเผ้าของเขาหวีเรียบร้อยและเสื้อผ้าดูสะอาดสะอ้าน ทำให้รู้ว่าเขาตื่นมานานแล้ว

“อรุณสวัสดิ์ลีออน อรุณสวัสดิ์เบลซ” จูเลียตเดินบิดขี้เกียจออกมาจากห้องนอนของเธอเช่นเดียวกัน แถมสภาพยังไม่ต่างจากลีออนเลยสักนิด ผมสีเขียวยาวถึงกลางหลังดูยุ่งๆ ชุดนอนกระโปรงลายลูกไม้สีขาวพลิ้วไหวตามแรงเดิน เพียงแต่ว่าจูเลียตได้ล้างหน้าแปรงฟันมาก่อนแล้วเท่านั้นเอง

“มีคนมาใช่ไหม งั้นข้าไปเปิดประตูให้นะ” จูเลียตเดินตรงไปทางประตูทันที

นี่เจ้าไม่คิดจะห่วงสภาพตัวเองเลยรึไงกัน  เพื่อนชายทั้งสองคิดในใจเงียบๆ

จูเลียตเปิดประตูออกโดยไม่มองตาแมวตรงประตูเลยด้วยซ้ำ เมื่อเปิดประตูออกมาก็เผยให้เห็น

ชายหนุ่มสง่างามคนหนึ่ง เจ้าของเรือนผมยาวสีเขียวที่ถูกมัดอย่างหลวมๆและดวงตาสีวอลนัทที่

ดูอบอุ่น ใบหน้าเรียวหล่อเหลาประดับรอยยิ้มละมุน เสื้อสูทและกางเกงสีขาวสะอาดขับให้ชายคนนี้น่ามองยิ่งขึ้น เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรว่า

“อรุณสวัสดิ์ครับ รุ่นพี่”

“อ๊ะ ฟีแอล !” จูเลียตแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะโผเข้ากอดคนตรงหน้าทันที “คิดถึงจังเลย ! ไม่ได้เจอกันเป็นเดือนแน่ะ !

คนที่ถูกกอดผงะไปนิดหนึ่งก่อนที่จะกอดแบบอิหลักอิเหลื่อน้อยๆ “ผมก็คิดถึงรุ่นพี่จูเลียตครับ ฮ่ะๆ”

เบลซนั่งดูภาพคนกอดกันตรงหน้าอย่างไม่คิดอะไรพร้อมจิบกาแฟในมือไปด้วย เขาถือว่าฟีแอลเป็นรุ่นน้องที่ดีคนหนึ่งยังไงก็คงไม่คิดเรื่องเกินเลยหรอกมั้ง ?

อ้อ ได้ข่าวว่าตอนนี้กำลังมีความรักด้วยนี่นา เขาพยักหน้าเบาๆแบบนึกขึ้นได้

ส่วนลีออนก็ยืนนิ่ง ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีเส้นเลือดปูดขึ้นมาตรงหน้าผาก ดวงตาสีแสดจ้องภาพตรงหน้าเขม็งอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ แถมรอยยิ้มยังกระตุกๆแบบแปลกๆอีกต่างหาก ฟีแอลเหงื่อตก

เล็กน้อยก่อนจะยิ้มแหยๆและผละจูเลียตออก

“สวัสดีครับ รุ่นพี่เบลซ รุ่นพี่ลีออน” ฟีแอลทักทายรุ่นพี่ทั้งสองด้วยรอยยิ้ม

“สวัสดียามเช้า” เบลซวางถ้วยกาแฟลงแล้วยิ้มตอบกลับ

“หวัดดี” ลีออนทักบ้าง แต่เป็นรอยยิ้มแปลกๆที่แทบจะแยกเขี้ยวออกมา

จูเลียตผู้ไม่รู้สึกถึงความแปลกประหลาดตรงหน้าก็ได้แต่เอ่ยปากถามรุ่นน้องว่า “มาหาแต่เช้า

มีอะไรรึ คงไม่ใช่คิดถึงรุ่นพี่มากจนกระทั่งถ่อมาถึงนี่หรอกนะ”

จูเลียตแอบพูดแขวะเล็กๆอย่างนึกสนุก เธอรู้อยู่แล้วว่าฟีแอลเคารพพวกเธอมาก แต่คนอย่างเขางานต้องมาก่อนอยู่แล้ว

แน่นอนสิ ก็เขาเป็นถึงหัวหน้าใหญ่ของโปเกโพลิส สเตชั่นเชียวนะ !

ฟีแอลหัวเราะแห้งๆ “ก็คิดถึงครับ ช่วงนี้ผมงานยุ่งมาก เลยไม่มีโอกาสแวะมาเยี่ยม” เขาเว้นช่วงนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อ

“ผมอยากให้พวกรุ่นพี่เข้าร่วมประชุมตอนสิบโมงนี้หน่อยครับ”

“ประชุมเรื่องอะไรหรือ?” เมื่อเป็นเรื่องงาน เบลซก็พูดโพล่งขึ้นมาทันที

จูเลียตเลื่อนเก้าอี้ไม้ตรงโต๊ะทานข้าวเป็นเชิงว่า เชิญนั่งก่อนเพราะรู้ว่าเรื่องนี้ต้องคุยกันอีกยาวแน่ๆ ฟีแอลกล่าวขอบคุณและนั่งลงช้าๆ จูเลียตหมุนตัวไปชงน้ำชา ส่วนลีออนก็รู้งานเดินไปล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อยก่อนจะมานั่งร่วมวงคุยด้วย

“งานประชุมครั้งนี้เกี่ยวกับเรื่องแก๊งแมกม่าครับ”

เมื่อได้ยินคำว่าแก๊งแมกม่า รุ่นพี่ทั้งสามก็ชะงักไปเล็กน้อย ฟีแอลพยักหน้าอีกครั้งและเอ่ยย้ำว่า “แมกม่า อีกแล้วครับ”

“อีกแล้วเหรอ” จูเลียตอดพึมพำเบาๆไม่ได้ คิ้วเรียวขมวดกันเป็นปม

“แก๊งแมกม่ามันทำไมหรอ” ลีออนถามด้วยความอยากรู้

“แก๊งแมกม่าได้ทำการตั้งฐานทัพใหม่ขึ้นอย่างลับๆ และสายสืบของเราก็ได้ทราบมาว่า แก๊งแมกม่าได้ขโมยข้อมูลบางส่วนจากรัฐบาลไป เกรงว่าข้อมูลนั้นอาจเป็นข้อมูลลับสุดยอด” ฟีแอลทำสีหน้าเคร่งขรึม “เราต้องการทำลายฐานทัพนั้นทิ้งซะ ก่อนที่เรื่องจะบานปลายกว่านี้”

รุ่นพี่ทั้งสามต่างขมวดคิ้วกันมุ่นพร้อมทำสีหน้าครุ่นคิด พักหนึ่งจูเลียตก็พูดขึ้นมาว่า

“พวกเราจะไปร่วมงามประชุมด้วย”

ฟีแอลถอนหายใจอย่างโล่งอก เขายิ้มละมุนพร้อมกล่าวว่า “ขอบคุณครับ”

“เฮ่อ ทำไมมันถึงกลับตาลปัตรแบบนี้หว่า” ลีออนพูดขึ้นลอยๆ “ปกติฝ่ายอควาต้องเป็นพวกบ้าระห่ำ ก่อเรื่องตลอดเวลา

ไม่ใช่หรอ ทำไมตอนนี้แมกม่าถึงได้ก่อเรื่องต่อๆกันแบบนี้นะ ....”

เบลซกับจูเลียตเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆฝ่ายอควาถึงเงียบไป แล้วแมกม่ากลับกลายเป็นตัวก่อเรื่องแบบติดต่อกัน แบบนี้มันก็รู้สึกทะแม่งๆ ... ใครๆก็รู้ว่าหัวหน้าแก๊งอควาโรคจิตแค่ไหน ถ้าเทียบกับหัวหน้าแก๊งแมกม่าแล้วเขาดูขรึมกว่าเยอะ

คิดถึงตรงนี้ทั้งสองก็ได้แต่ถอนหายใจ เบลซเอ่ยขึ้นว่า “ประชุมสิบโมงใช่ไหม?”

“ครับ”

เบลซเงยหน้ามองนาฬิกา ฟีแอลเองก็ด้วย

9.40 ...

ฟีแอลกับเบลซก็หันไปมองสภาพของจูเลียตกับลีออนโดยไม่ได้นัดหมาย

ทั้งสองมองหน้ากันและพูดว่า

“อย่างแรกเลยก็ต้องอาบน้ำก่อนล่ะนะ”

“เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ...”

...

ผ้าพันคอสียาวขยับตามแรงเคลื่อนไหว ดวงตาสีน้ำเงินของเบลซเข้มขึ้นเหมือนมหาสมุทรดู

น่าเกรงขาม มุมปากของเขาเหยียดเป็นเส้นตรงไม่เผยให้เห็นรอยยิ้มเหมือนปกติ คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ใบหน้าดูโกรธเคืองเล็กน้อย ... แต่ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น ทว่าเพื่อนทั้งสองของชายหนุ่มกลับเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจน

“รอก่อนสิ เบลซ !” จูเลียตร้องขึ้น เธอวิ่งเหยาะๆเพราะตามการก้าวขายาวๆของเบลซไม่ทัน

“โฮ้ย ! นับวันนายจะยิ่งเอาแต่ใจตัวเองมากขึ้นแล้วนะเฟ้ย !!” ลีออนตะโกนตามหลังมา

เบลซได้แต่ถอนหายใจเบาๆ คิ้วที่เคยขมวดคลายออกเมื่อเพื่อนสาวคว้าข้อมือเขาเอาไว้ด้วย

แววตาอ้อนวอน เมื่อเบลซกับจูเลียตหยุดลง ลีออนที่ตามมาหลังสุดก็วิ่งตามทันจนได้

เขาหอบเล็กน้อยก่อนจะมองเบลซด้วยแววตาอีกอย่างหนึ่ง

“เจ้าโกรธข้าหรอ” จูเลียตถามเบลซด้วยน้ำเสียงอึกอัก

“...” เบลซเงียบไม่ตอบ ซึ่งนั่นหมายความว่า ใช่

ลีออนเห็นเพื่อนสาวคอตกแบบหงอยๆก็อดพูดไม่ได้ว่า “เจ้าก็นะ ยกโทษให้จูเลียตเถอะน่า”

“เจ้าก็เหมือนกันแหละ ลีออน” เบลซหันมาพูดตำหนิทันที

“ทำไมถึงได้นั่งบื้ออยู่ได้ ทำไมไม่ช่วยกันห้ามบ้าง”

ดันกลายเป็นโดนด่าไปด้วยเลยวุ้ย... ลีออนคอตกไปด้วย

เมื่อเห็นสภาพจูเลียตกับลีออนที่คอตกเป็นโรคอนหงอยเบลซก็มีสีหน้าที่อ่อนลงนิดหนึ่ง แล้วเขาก็ถอนหายใจออกมา จะไม่ให้เขาโกรธได้ยังไงล่ะ ก็จูเลียตเล่นเข้าไปประกาศในห้องประชุมว่า

เราจะช่วยถล่มแก๊งแมกม่าชาติชั่วนั่นด้วย !รับประกันฝีมือได้เลย !!’ โดยที่ยังไม่ทันฟังราย

ละเอียดด้วยซ้ำ เขากับลีออนก็ได้แต่เหวอแบบค้างๆ แถมเจ้าตัวยังพูดอีกว่า

ให้พวกเราสามคนเป็นแนวหน้าเอง รับรองสำเร็จผลโดยที่ยังไม่ถามความเห็นจากพวกเขา

เลยซักคำ เขาทำได้แค่ใช้ศอกกระทุ้งแขนของลีออนเบาๆเป็นเชิงว่าให้เตือนจูเลียต แต่ลีออนกลับ

อ้ำๆอึงๆไม่พูดซะงั้น คงเพราะเห็นแววตาและท่าทางเด็ดเดี่ยวของจูเลียตเข้าเลยไม่อยากพูดอะไร เบลซอยากจะไมเกรนขึ้นตรงนั้นทันที ทั้งไม่รู้ว่าภารกิจยากแค่ไหน แถมยังสัญญาไว้ดิบดีขนาดนั้น ถ้าเกิดไม่สำเร็จขึ้นมาจะทำยังไง คิดถึงตรงนี้เบลซก็ปวดหัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ข้าขอโทษจริงๆนะเบลซ” จูเลียตพูดเสียงอ่อย “ก็คิดแล้วมันโกรธนี่นาเลยพูดแบบนั้น

แต่ยังไงเราก็ควรช่วยไม่ใช่หรอ”

เบลซถอนหายใจอีกรอบ “ก็ใช่ แต่มันก็อันตรายเกินไป พวกเรามีกันแค่สามคน จะไปเป็นแนวหน้าลุยเดี่ยวได้ยังไง”

จูเลียตที่เถียงไม่ได้เบะปากก่อนจะมองไปยังลีออน คนหลังที่ถูกมองก็อิหลักอิเหลื่อ แต่ก็พูดว่า

“ที่เบลซพูดมามันก็ถูก พวกเรามีกันแค่สามคนเอง ...” ประโยคหลังของลีออนเบาลงเรื่อยๆเมื่อเห็นแววตาออดอ้อนของจูเลียตเข้าให้ ไม่ทันไรเขาก็เอ่ยว่า “เอิ่ม ข้าว่าเราก็น่าจะทำได้นะเบลซ...”

โดนลูกอ้อนเต็มๆแล้วเพื่อนข้า ! เบลซได้แต่คิดในใจ

“เห็นมั้ย ! ลีออนยังเห็นด้วยเลย !” จูเลียตโพล่งทันที “นะๆๆ ขอร้องล่ะเบลซ ช่วยเถอะนะ !

เบลซถอนหายใจหน่ายๆเป็นรอบที่ล้าน เขาไม่ค่อยชอบลูกอ้อนของจูเลียตเลย

เพราะเขากับลีออนต้องใจอ่อนทุกที ...

และครั้งนี้ก็เช่นกัน

“เอาล่ะๆ ช่วยก็ช่วย” เบลซพูดอย่างหมดแรงเถียง

“เย้ !” จูเลียตตะโกนอย่างเริงร่า “งั้นเราไปเก็บของกันเถอะ ! ต้องเดินทางเย็นนี้แล้วนี่นา !

พูดจบ จูเลียตก็ทำการคล้องแขนเพื่อนชายทั้งสองและลากพวกเขาออกไปอย่างรวดเร็ว

...

แกรก ... เสียงเปิดประตูดังขึ้น

จูเลียตเดินนำเข้าไปก่อน ตามด้วยลีออนและเบลซที่เดินมาหลังสุด สีหน้าของเขากำลังครุ่นคิด

อะไรบางอย่าง ชายหนุ่มร่างสูงยืนนิ่งมองเพื่อนทั้งสองที่กำลังจัดกระเป๋าเป้ของตัวเอง นัยน์ตาสีน้ำเงินบ่งบอกถึงความกังวล จูเลียตเงยหน้าขึ้นการจากจัดกระเป๋า เธอยิ้มบางๆ

“ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะเบลซ พวกเราน่ะไม่มีทางเป็นอะไรง่ายๆอยู่แล้ว

พวกเราคือกลุ่มเดอะโฮปผู้โด่งดังเชียวนะ”

เบลซนิ่งเงียบไป กลุ่มเดอะโฮปของเขามีสมาชิกเพียงสามคนเท่านั้น คือจูเลียต เดอะ จูไคน์ ,

ลีออน เดอะ ลากุราจและเขา เบลซ เดอะ บาชาโม่เท่านั้นเอง พวกเขาทั้งสามคนเป็นเพื่อนกัน

มาตั้งแต่เด็ก ด้วยสายสัมพันธุ์บางๆอย่างเชื้อสายสตาร์ทเตอร์ ทำให้พวกเขาสนิทกันอย่างรวดเร็ว แถมยังก่อตั้งกลุ่มนี้ขึ้นมาอีกด้วย รู้ตัวอีกทีกลุ่มเดอะโฮปนี่ก็โด่งดังเข้าไปแล้ว ด้วยความที่ว่าฝีมือของพวกเขาเก่งกาจ แข็งแกร่ง หน้าตาก็จัดได้ว่าไร้ที่ติ ทั้งสามจึงเป็นที่รู้จักกันอย่างรวดเร็วและล้นหลาม พร้อมๆกับกลายเป็นคนที่มีอิทธิพลไปแล้วด้วย

นับเป็นทีมที่เพอร์เฟ็คที่สุดจริงๆ หลายคนว่าอย่างนั้น

“...” เบลซนิ่งเงียบไม่ตอบ เพราะว่าถึงจะพูดเถียงมากเท่าไหร่ แต่ยังไงก็ต้องไปอยู่แล้ว

เมื่อเห็นเบลซยังคงทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ลีออนก็เป็นฝ่ายถอนหายใจบ้าง

เขาเดินไปตบบ่าเพื่อนชายเบาๆและกล่าวว่า

“เราเชื่อใจเจ้า และเจ้าก็ต้องเชื่อใจเราด้วยเหมือนกัน” ลีออนยิ้มกว้าง “ไม่ต้องห่วงหน้า พวกเราปลอดภัยอยู่แล้ว แล้วการที่นายทำหน้าไม่ยิ้มแบบนี้รู้สึกสยองชะมัด !” ลีออนทำท่าขนลุกแบบ

โอเว่อร์ ทำให้เบลซปล่อยยิ้มบางออกมา

“เข้าใจแล้ว” เขาว่าพร้อมเดินไปจัดกระเป๋าตนเองเช่นกัน

สายลมพัดเข้ามาผ่านหน้าต่างบานกว้างที่เปิดค้างไว้เหนือโต๊ะเตี้ยๆ ผ้าม่านสีขาวบางพลิ้วไหว

โบกสะบัดขณะที่ทั้งสามกำลังจะเดินออกนอกประตู จูเลียตหันกลับมามอง

“ลืมปิดหน้าต่างแฮะ” เธอพูดขึ้นและเดินตรงเข้าไปหวังจะปิดหน้าต่าง ...

เพล้ง !

เสียงกระจกแตกดังขึ้นท่ามกลางห้องเงียบสงัด เรียกความสนใจจากเบลซและลีออนทันที

“เกิดอะไรขึ้น?” ลีออนถามพร้อมเดินเขามาหาจูเลียตที่ยืนค้างอยู่ตรงหน้าต่าง

เบลซเองก็เดินตามไปด้วย

“ระ ... รูปภาพหล่นน่ะ แฮ่ะๆ” เจ้าตัวหัวเราะแห้งๆ “สงสัยลมพัดแรงไปหน่อย ว้า รูปนี้เป็นรูปเดียวที่พวกเราเคยถ่ายด้วยสิ”

จูเลียตพูดด้วยน้ำเสียงล้อเล่นกลั้วหัวเราะ มือเรียวบางเอื้อมลงไปเก็บกรอบรูปภาพสีน้ำตาลขึ้นมา ทันใดนั้นเธอก็ผงะ ลีออนเบิกตากว้างขึ้น เบลซกลั้นหายใจไปชั่วขณะ

รูปนี้เป็นรูปเดียวที่พวกเขาเคยถ่ายร่วมกัน เป็นรูปภาพตั้งแต่ปีที่แล้ว ในรูปจูเลียตยืนอยู่ตรงกลาง เธอยิ้มกว้างตาหยีเหมือนกำลังหัวเราะเสียงดังพร้อมกอดคอเพื่อนชายทั้งสอง ลีออนยิ้มยิงฟันขาวอย่างทะเล้น มือข้างหนึ่งจับหมวกคาวบอยไว้ส่วนมืออีกข้างก็เกาะไหล่จูเลียต เบลซก็มีรอยยิ้มกว้างประดับบนใบหน้า ผ้าพันคอสีขาวพลิ้วกลางอากาศ รูปภาพใส่กรอบสีน้ำตาลเคลือบกระจก

ที่ชวนดูอบอุ่นขณะนี้ได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆตามแรงที่โดนกระแทก ทว่า ...

ส่วนที่กระจกแตก ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเบลซเท่านั้น

จูเลียตพลิกรูปภาพคว่ำแทบทันทีเมื่อเห็นสภาพของรูปนั้น เธอมองเบลซอย่างกล้าๆกลัวๆ ใบหน้าสวยนั้นประดับความหวาดหวั่น ดวงตาสีอำพันฉายแววกังวลใจ ลีออนเองก็เลิ่กลั่กเมื่อได้เห็น

สภาพรูปนั้น เขาเองก็มองเบลซด้วยเช่นกัน นัยน์ตาสีน้ำเงินของเบลซสงบนิ่ง ใบหน้าตกใจในตอนแรกมลายหายไปแล้ว และแทนที่ด้วยรอยยิ้มดังเดิม

“น่าเสียดายนะ ไว้เราไปถ่ายรูปใหม่ก็แล้วกัน” เบลซพูดพร้อมยิ้มละมุน

จูเลียตกลืนน้ำลายอย่างหนืดคอ ทำไมเธอถึงรู้สึกกังวลแบบนี้นะ เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย

ลีออนใช้ดวงตาสีแสดมองเพื่อนชายอย่างครุ่นคิด ใบหน้าแสดงถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“ไปกันเถอะ” เบลซไม่พูดอะไรไปมากกว่านี้ เขาเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ

“ลีออน ข้ารู้สึกไม่ดีเลย” จูเลียตพูดขึ้นเบาๆ สีหน้าย่ำแย่

“มันก็แค่เรื่องบังเอิญ อย่าคิดมากเลยน่า” ลีออนพูดปลอบพร้อมลูบหัวหญิงสาวอย่างอ่อนโยน

แต่ทำไม ... ข้าถึงมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเอาซะเลย ลีออนอดไม่ได้ที่จะคิดในใจอย่างเงียบๆ

 

END Part 1 : To Be continue…


Edited by + Pangtor Girl +, 06 September 2015 - 04:54 PM.

  • bluewind likes this

#3

bluewind
  • bluewind
  • คนชงชานมไข่"มุก"
  • Administrators
  • 1741 posts
  • Locationในความฝัน

อ่านแล้วรู้สึกใจเต้นระทึกไปตามบรรยากาศของเนื้อเรื่องเลยแฮะ ตอนแรกอ่านแล้วนึกว่าจะมาแนวบรรยากาศเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ แต่ไปๆมาๆ ฉากรูปตกนี่ชวนบีบหัวใจไม่น้อยเลย

 

ช่างน่าติดตามอะไรเช่นนี้!! //ปูเสื่อนั่งรออ่าน :pika03:


ฟิค Heart Remedy มาแล้วนะ!!

http://www.pkbasic.c...32-heart-remedy

 

Bar-oldpng-1.png

Note - #AA6600


#4

Taiyoumaru
  • Taiyoumaru
  • Blazing Emperor
  • Administrators
  • 1490 posts
  • LocationLibrary

โอ้ สนุกมากเลย

อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความน่ารักและขี้อ้อนของจูเลียต lol

 

ตกใจกับฉากรูปตกเหมือนกันแหะ อ่านแล้วใจหวั่นตามสองคนนั้นไปด้วยเลย

 

รออ่านต่อเน่อ 'w'/



#5

+ Pangtor Girl +
  • + Pangtor Girl +
  • Advanced Member
  • Members
  • PipPipPip
  • 876 posts
  • Locationโลกจินตนาการ

...

หลังจากที่จูเลียต เบลซ และลีออนเดินออกมาจากบ้านพักเล็กๆของพวกเขาที่ตั้งอยู่ใน

คินเซทสึ ซิตี้แล้ว พวกเขาก็เดินตรงดิ่งไปยังโปเกโพลิส สเตชั่นทันที เนื่องจากที่นั่นไม่ได้ไกลจาก

บ้านพักของพวกเขาเท่าไหร่นัก เพียง 20 นาทีก็สามารถไปถึงได้โดยไม่ต้องพึ่งแมกเน็ต แมชชีนเลยสักนิดเดียว ระหว่างทางที่เดินนั้นทั้งสามไม่มีใครพูดอะไรเลยซักคำ

ทว่าจู่ๆจูเลียตก็เอ่ยขึ้นมาอย่างแผ่วเบาว่า

“ข้าไม่อยากไปแล้ว”

เบลซกับลีออนที่เดินอยู่ข้างหน้าชะงัก ก่อนที่จะหันหน้ามามองหญิงสาวพร้อมกัน

นัยน์ตาสีอำพันของเธอตอนนี้ดูสั่นไหว

“เบลซ ลีออน เรากลับกันเถอะนะ เดี๋ยวข้าจะบอกฟีแอลเอง” เธอพูด

“ทำไมล่ะ” เบลซเป็นฝ่ายถามอย่างไม่เข้าใจ

จูเลียตนิ่งไป เธอไม่อยากที่จะพูดเรื่องรูปนั่นเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนว่าเบลซจะอ่านใจเธอได้

เขาทำแค่ยิ้มแล้วขำ

“เจ้าขำอะไร” จูเลียตถามหน้านิ่ว

“ก็มันตลกน่ะสิ” เบลซพูดพร้อมยิ้มกว้างกว่าเดิม “เจ้าเป็นห่วงเรื่องรูปนั่นน่ะหรอ ฮ่าๆ

มันก็แค่เรื่องบังเอิญ อย่าบอกนะว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้เจ้าหวั่นไหวได้น่ะ แม่จูเลียตผู้เข้มแข็ง”

เขากล่าว จากนั้นก็ยื่นมือมายีผมสีเขียวของจูเลียตจนยุ่ง

“พอแล้วน่าเบลซ !” จูเลียตปล่อยหัวเราะออกมาพร้อมเอามือเรียวไปจับข้อมือของเพื่อนชาย

เพื่อหยุดเอาไว้แต่ดูเหมือนเบลซจะไม่ยอมง่ายๆ เขาเอามือหนายีผมยาวจนยุ่งกว่าเดิม

ลีออนมองเพื่อนสองคนที่หยอกล้อกันด้วยสีหน้าโล่งใจ เหมือนเบลซกับจูเลียตเองก็ไม่ได้

คิดอะไรแฮะ นึกคิดตรงนี้ลีออนก็ยิ้มบางๆออกมา เขาเงยหน้ามองท้องฟ้ายามบ่าย

แต่ทว่า ในนัยน์ตาสีแสดนั้นกลับมีบางอย่างซ่อนอยู่ ...

เหมือนจะไม่มีใครสังเกตเห็นสินะ

ว่ารูปภาพนั่น ... ก็มีรอยร้าวตรงหน้าเขาเหมือนกัน

ลีออนละสายตาจากท้องฟ้าคราม ก่อนจะก้าวเดินตามเพื่อนทั้งสองไป

...

“แผนจะเป็นแบบนี้นะครับ” ฟีแอลในชุดเครื่องแบบเต็มยศสีขาวสะอาดที่มียศตราประดับ

เต็มเสื้อยืนอยู่กับรุ่นพี่ทั้งสามพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก แววตาเย็นสุขุม ในมือของเขาถือแผนที่

แบบคร่าวๆเอาไว้ด้วย ข้างกายของเขามีผู้หญิงร่างบางอยู่คนหนึ่ง มัดผมมวยสูงผูกโบอันใหญ่เรียบร้อย สวมเครื่องแบบของผู้หญิงสีฟ้าอ่อน ดวงตากลมโตสีม่วงสุกใสมองชายผู้เป็นนาย

ข้างกาย ในอ้อมแขนเต็มไปด้วยเอกสารและรูปภาพต่างๆ คาดว่าน่าจะเป็นเลขานุการของฟีแอล

“สายสืบของเราได้ให้ข้อมูลมาว่า ระหว่างทางเดินไปเมืองฟูเอ็น ทาวน์ จะมีถ้ำถูกซ่อนไว้ใน

ที่ราบวังเวงแห่งหนึ่งใกล้ๆทะเลทราย คาดว่าเป็นฐานทัพที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่” 

เขาพูดพลางชี้นิ้วไปยังแผนที่ที่มีวงกลมสีแดงล้อมรอบ รุ่นพี่พยักหน้า

“หลังจากนั้น รุ่นพี่สามคนก็บุกฝ่าเข้าไปเลยครับ ในถ้ำจะมีห้องควบคุมอยู่

เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดและอยู่ลึกที่สุด หน้าตาเป็นแบบนี้” ชายหนุ่มผมเขียวหยิบรูปภาพจาก

ร่างบางข้างกาย แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะตอบรับอย่างสุภาพ

“ขอบคุณครับ เอเมลี่”

เจ้าของชื่อยิ้มรับอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะจัดแจงเตรียมเอกสารในอ้อมแขนต่อไป

ในมือของฝีแอลเป็นรูปห้องควบคุมขนาดใหญ่ มีแป้นพิมพ์และปุ่มต่างๆมามากจนตาลาย

หน้าจอใหญ่ยักษ์หลายอันตั้งอยู่เหนือแป้นพิมพ์เหล่านั้น ให้ความรู้สึกถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย

รุ่นพี่ทั้งสามก็พยักหน้ารับอีกที

“แล้วไงต่อ?” ลีออนถามกระชับ

ฟีแอลยื่นแมชชีนอันเล็กๆให้จูเลียตสี่อัน มีสีเหลือง ฟ้า เขียว แดง ตามลำดับเล็กไปใหญ่

เขากล่าวต่อว่า

“แมชชีนพวกนี้คือระเบิดเวลา หากรุ่นพี่เข้าถึงปากถ้ำแล้ว มันจะมีประตูเหล็กกั้นอยู่ ให้ทำลายเข้าไป จากนั้นติดระเบิดทุกๆ 5 เมตรจนครบสามอันนะครับ เริ่มจากสีเหลืองที่เล็กที่สุดก่อน

แล้วตามด้วยสีฟ้าและเขียว ส่วนสีแดงให้เข้าไปติดที่ห้องควบคุม ระเบิดอันนี้จะมีอานุภาพร้ายแรงที่สุด ถ้าติดระเบิดแล้ว ให้ออกมาทันทีเลยนะครับ” ฟีแอลเน้นย้ำ

คำว่า ทันทีอย่างชัดเจน “ระเบิดสีเหลืองจะตั้งเวลาไว้ที่ 30 นาที สีฟ้าจะตั้งไว้ที่ 20 นาที

สีเขียวจะตั้งไว้ที่ 10 นาทีหมายความว่ารุ่นพี่ต้องทำเวลาติดระเบิดให้ประจวบเหมาะพร้อมกัน

ให้ได้ รุ่นพี่มีเวลาติดระเบิดอันใหม่ภายใน 10 นาทีที่ห่างกันเท่านั้นนะครับ ถ้าสายไปกว่านี้

จะแย่เอา... แล้วอย่าลืม ติดระเบิดสีแดงเสร็จให้รีบออกมาเลยนะครับ”

“รู้แล้วล่ะน่า ย้ำซะจริง” ลีออนบ่นงึมงำ ทำเอาฟีแอลได้แต่ยิ้มแหยๆ ไม่ถือสาคำพูดของรุ่นพี่

เลยแม้แต่น้อย

“กองกำลังของผมจะรออยู่ด้านนอก คอยจัดการลูกน้องที่หลุดรอดออกมาไม่ให้เหลือ...”

เขาเอ่ยแล้วเว้นช่วงนิดหนึ่ง

“ระวังตัวด้วยนะครับ”

“ไว้ใจพวกเราเถอะ” จูเลียตยิ้มพร้อมตบบ่ารุ่นน้องเบาๆ ฟีแอลพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มละไม

“ผมขอตัวไปจัดการเรื่องกองกำลังต่อก่อนนะครับ” ชายหนุ่มน้อมตัวเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปเคียงข้างเอมิลี่

จูเลียตหันไปมองเพื่อนชายทั้งสองด้วยแววตาลึกซึ้ง นัยน์ตาสีอำพันนั้นเปล่งประกายถึง

ความมุ่งมั่น

“เบลซ ลีออน พวกเราต้องผ่านพ้นมันไปให้ได้ ... ด้วยกันนะ”

ชายหนุ่มทั้งสองพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงตอบรับ

นัยน์ตาสีแสดส้มและสีน้ำเงินเปล่งประกายไม่แพ้กัน

...

ตรงหน้าของทั้งสามคือปากถ้ำที่ซ่อนอยู่ในที่ลับตา ปากถ้ำนั้นกว้างพอสมควร

และมีประตูเหล็กกั้นอยู่

เพื่อนทั้งสามคนมองหน้ากัน ไม่ต้องเอื้อนเอ่ย ก็สามารถเข้าใจกันได้ ... จูเลียตกำแมชชีนในมือแน่น

“ลุย !!!

โครม !

เบลซยกขาเรียวยาวขึ้นทันที ฝ่าเท้าของเขามีแสงสีขาวคลุมไปทั่วดูแสบตา ชายหนุ่มตวัดขาถีบ

ไปที่ประตูเหล็กอย่างแรงจนมันบุบยู่ยี่ แต่ก็ไม่พอเท่านั้น  เขายกขาข้างที่เหลือเหวี่ยงตัวขึ้นไปในอากาศและถีบอย่างแรงอีกทีจนประตูเหล็กพังทลาย

ลีออนพุ่งตัวเข้าไปแถบจะทันทีเมื่อประตูเหล็กพัง น้ำโคลนจำนวนมากพุ่งออกมาจากฝ่ามือทั้งสองข้าง ด้วยความรวดเร็ว

จูเลียตก็กระหน่ำเหวี่ยงลีฟเบลดใส่พวกลูกน้องหมาป่าที่ไม่ทันตั้งตัว เพียงครู่เดียวระเบิดสีเหลืองก็ถูกฝังไว้ในผนังถ้ำ

เวลาของมันเริ่มนับถอยหลังจาก 30 นาทีทันที ...

ทั้งสามสีเริงระบำอีกคราท่ามกลางฝูงหมาป่ามากมายนับไม่ถ้วน เมื่อสีแดงโจมตีเสร็จ สีฟ้าก็ไม่อยู่นิ่ง โจมตีกระหน่ำอย่างต่อเนื่อง สีเขียวพุ่งเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็วพร้อมฝังระเบิดไว้ข้าง

ผนังถ้ำอย่างฉับไว เหตุการณ์ที่แสนราบรื่นและน่าตื่นเต้นดำเนินมาถึงช่วงสุดท้าย

ช่วงที่จูเลียตฝังระเบิดสีเขียวลงในผนังถ้ำและมาถึงห้องสุดท้าย !

ห้องควบคุม ...

เบลซทำการถีบประตูเหล็กนั่นอีกครั้งเหมือนกับที่ทำตอนเข้ามาในฐานครั้งแรก

น่าเสียดายที่ประตูเหล็กแข็งแกร่งนั้นดูบอบบางซะเหลือเกินเมื่อมาเทียบกับชายหนุ่มร่างสูง

ที่ถีบมันออกอย่างเรียบง่ายและไม่ไยดี

ภายในห้องนั้นมืดมิดและดูอับเหมือนอุณหภูมิในห้องจะเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อทั้งสามเดินเข้าไปห้องควบคุมจะเป็นห้องขนาดใหญ่ เป็นศูนย์กลางของฐานทัพ เมื่อก้าวเข้ามาด้านหน้าจะเป็นจอขนาดใหญ่ที่ถ่ายทอดภาพจากกล้องวงจร แผงควบคุมทอดยาว มีปุ่มหลากหลายน่าสับสน เก้าอี้หลายตัววางเรียงกัน

ภายในห้องมืดสนิทเพราะหลอดไฟแตกจากแรงกระแทกด้านนอก

จูเลียตขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะให้แขนยาวกั้นเพื่อนทั้งสองไว้ไม่ให้เข้าไป ส่วนตัวเธอนั้นตรงดิ่งไปยังกลางห้องทันที ในมือที่กำแมชชีนสีแดงแน่นสั่นระริก ทำไมเธอถึงสั่นกันล่ะ? จูเลียตแปลกใจ จู่ๆใบหน้าน่าหวาดผวาก็พุ่งเข้าใส่หญิงสาว

แบบไม่ทันตั้งตัวทำเอาเธอสะดุ้งเฮือกและทรุดลงไปนั่งกับพื้น

“จูเลียต !” ลีออนและเบลซตะโกนขึ้นพร้อมกัน

ทว่าก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในห้องนี้ ทั้งสองก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาแบบกะทันหัน ในหัวของพวกเขากำลังหมุนเป็นวงกลม

ทุกอย่างดูกลับตาลปัตรไปหมด ทำให้เบลซและลีออนเซไปเล็กน้อย

เบลซเริ่มวิเคราะห์ทันที ในห้องนี้มีคนอยู่ ! เป็นไปได้ยังไงกัน ฟีแอลไม่เห็นเคยบอกเรื่องนี้มาก่อนนี่นา ... เขาสะบัดความคิดนั้นทิ้ง ไม่สิ เป็นไปได้อยู่แล้วที่จะมีคนอยู่ในห้องนี้ แต่ว่าสถานการณ์แบบนี้ถ้าเป็นคนปกติก็ต้องออกไปดูเหตุการณ์ข้างนอกสิ ... ช่างเถอะ ! ท่าเมื่อกี้นี้มันคือท่า

หน้าสยองขวัญที่จูเลียตโดนไป ส่วนที่เราโดนก็คือท่า ยั่วโมโหงั้นหรอ ? ใครกัน ...

“อืม ใครกันนะที่จะทำแบบนี้ เป็นคำถามที่ดีเหมือนกัน” เสียงหนึ่งกล่าวขึ้นขัดความคิดของเบลซ ทั้งสมาชิกทั้งสามเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงปริศนาทันที

ชายหนุ่มร่างสูงเดินออกมาจากมุมมืดอับด้านหนึ่ง เนื่องจากมุมนั้นเป็นมุมที่มืดที่สุดและอับที่สุดจนแทบไม่อยู่ในสายตา

ผมยาวยุ่งเหยิงสีดำขลับของชายหนุ่มและเสื้อผ้าโทนเทาดำก็กลืนไปกับความมืดเป็นอย่างดี ดวงตาสีเลือดหมูจ้องมองผู้มาเยือนด้วยแววตาเหยียดหยาม มุมปากขยับยิ้มเหยียดชวนโมโห

ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของสมาชิกเดอะโฮปไม่ใช่ดวงตาสีแดงหรือรอยยิ้มกวนประสาท แต่เป็น...

“ผ้าผูกคอสีแดง ... สัญลักษณ์นั่น ... หนึ่งในสามของหัวหน้าแก๊งแมกม่า !” ลีออนเบิกตากว้างและโพล่งออกมา

“หืม รู้ด้วยหรอเนี่ย นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง” ชายหนุ่มผมดำแกล้งน้อมตัวลงรับ อากัปกิริยากวนประสาทของเขาทำเอาอารมณ์ของทั้งสามคนเริ่มเดือด

“ข้ามีนามว่า รูดอล์ฟรูดอล์ฟ เดอะ กราเอาน่า หมาป่าผู้เลื่องชื่อ และเป็นสมุนฝ่ายขวาของ

แก๊งแมกม่า” รูดอล์ฟเอ่ยปากพูดด้วยรอยยิ้ม

“แกจะชื่ออะไรก็ช่างเหอะ ข้าไม่คิดจะจำอยู่แล้วล่ะ” ลีออนพูดพร้อมตั้งท่าสู้ ทั้งๆที่อาการเวียนหัวยังไม่หายดีนัก

“สมกับเป็นลีออนแห่งกลุ่มเดอะโฮปจริงๆ เลือดร้อนเหมือนอย่างที่บอสว่า ... อืม ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็คงจะเป็นจูเลียต แล้วเจ้าก็เป็นเบลซสินะ” ชายหนุ่มผมดำพูดอย่างไม่แยแส

เขายักไหล่ก่อนจะพูดต่อว่า “ช่างเหอะ บทสนทนาควรจะจบได้แล้วล่ะนะ” รูดอล์ฟยกข้อมือซ้ายขึ้นมาดูนาฬิกา

จูเลียตสะดุ้งเฮือก ระเบิดเวลา ! แย่แล้ว !!

หญิงสาวลุกขึ้นแล้วพุ่งไปยังผนังถ้ำเพื่อจะฝังระเบิดลงไปทันที ทว่ากรงเล็บหมาป่าสีดำทะมึนก็ขวางเธอเอาไว้พร้อมกับ

ฉวยสิ่งในมือไปอย่างรวดเร็ว จูเลียตเบิกตากว้าง “ท่าขโมย!

“เล่นระเบิดมันน่ากลัวนะ อย่าเลยดีกว่าน่า” รูดอล์ฟยักคิ้วแล้วยิ้มน้อยๆ

บ้าเอ๊ย ! ถ้ายังเสียเวลาอยู่อย่างนี้ ระเบิดข้างนอกก็จะ ... จูเลียตเผลอกลั้นหายใจ ไม่สิ ใจเย็นๆก่อนจูเลียต เธอต้องทำได้ ! เราทำเวลาเร็วกว่ากำหนด เพราะฉะนั้นเรามีเวลาพอที่จะจัดการหมอนี่ !

“มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะครับคุณผู้หญิง” หนุ่มหมาป่ากล่าวราวกับอ่านใจเธอได้

นัยน์ตาสีเลือดหมูฉายแววประหลาด

“แต่ก็อย่างว่าแหละ สามรุมหนึ่งมันไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่แฮะ เพราะงั้น ... ขอเล่นสกปรกหน่อยแล้วกันนะ”

ว่าแล้ว รูดอล์ฟก็ปาระเบิดสีแดงทิ้งไป ก่อนจะควักอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงและปาลงพื้นทันที !!

ฟู่ว !!!

ควันสีขาวฟุ้งกระจายออกมา เพียงครู่เดียวหมอกหนาสีขาวก็ปกคลุมห้องมืดทั้งหมด จูเลียตสบถออกมา “บ้าจริง !

“หึๆๆ...”  มีเพียงเสียงหัวเราะทุ้มดังกังวานในห้องใหญ่นี้ที่ตอบกลับมาเท่านั้น จูเลียตรู้สึกเหมือนตาบอดเพราะเห็นเพียงสีขาว ตอนนี้ทั้งสามคนหลงกันอยู่ เบลซและลีออนที่หลุดจากอาการ

เวียนหัวต่างก็ตั้งท่าขึ้นมาเพื่อรับมือทันที

ฉลัวะ !

จู่ๆเสียงดาบฟันเข้ากับเนื้อก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของลีออน “อ๊ากกก !!

“ลีออน !

เบลซกับจูเลียตตะโกนขึ้นพร้อมกันขัดกับเสียงร้องของลีออน เลือดสีแดงฉานค่อยๆเปรอะพื้นห้องอันเย็นเยียบโดยที่ไม่สามารถรู้ได้ว่าเจ้าของเลือดอยู่ไหน ทั้งเบลซและจูเลียตเองก็ร้อนใจเหมือนมีไฟกำลังเผาไหม้หัวใจของพวกเขาอยู่

เบลซทนไม่ไหว ตอนนี้ข้อมือทั้งสองของชายหนุ่มมีเพลิงสีแสดลุกรอบ เขาตวัดหมัดไปมั่วๆจนหมอกสีขาวหายไปบางส่วน

ถึงแม้วิธีการนี้จะเสี่ยงต่อการทำให้มนุษย์หมาป่ารู้ที่อยู่ของเขา แต่อย่างน้อยก็แค่โดนฟันไม่กี่ทหรอก เบลซคิดเช่นนั้น

จูเลียตเองก็ไม่ได้อยู่นิ่ง เธอคลำหาแมชชีนสีแดงที่รูดอล์ฟปาทิ้งไปเพื่อนำไปติดกับพนัง เธอรู้สึกเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร

เพราะหมอกขาวเต็มไปทั่วทำให้มองไม่ชัด บวกกับความที่แมชชีนอันเล็กกระจิดริดทำเอาหญิงสาวอยากจะร้องบ่นออกมาดังๆ ทว่าเหมือนฟ้าประทาน เพียงครู่เดียวจูเลียตก็หาแมชชีนเจอ

จนได้ เธอรีบนำไปติดพนังถ้ำอย่างไม่รีรอ จากนั้นก็เดินถอยหลังเว้นระยะห่างออกมา เวลาในระเบิดเริ่มนับถอยหลัง ...

4:59

เหลือเวลาแค่ห้านาทีงั้นหรอ ! จูเลียตแทบอ้าปากค้าง ห้านาทีเธอทำได้แค่วิ่งออกจากถ้ำได้เท่านั้นเองนะ !

ถ้าติดระเบิดแล้ว ให้ออกมาทันทีเลยนะครับ จู่ๆคำพูดของฟีแอลก็ผุดขึ้นมาในหัวทำเอาจูเลียต

ตัวชาวาบ

“เบลซ ลีออน กลับ !!” จูเลียตตะโกนขึ้นอย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ต้องเอาตัวรอดไว้ก่อน และแน่นอนว่าเพื่อนของเธอจะต้องออกไปด้วยเช่นกัน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบ

ทำให้จูเลียตเกิดหวั่นใจ

“เบลซ ! ลีออน ! เธอเรียกอีกครั้ง

ตุ้บ !

ทันใดนั้นเอง ร่างของชายหนุ่มผมฟ้าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของหญิงสาว ลีออนล้มลงกับพื้นโดยที่กลางหลังมีบาดแผลเหวอะหวะจากการถูกฟัน เลือดสีแดงไหลรินออกมาเยอะจนน่าตกใจ

จูเลียตหน้าซีด ตัวแข็งทื่อ

“ข้าไม่เป็นไร ... หนีไปซะจูเลียต  เดี๋ยวข้าตามออกไป” ลีออนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

“ไม่เป็นไรอะไรเล่า ! ละ ... เลือดเจ้าเยอะขนาดนี้ ...” จูเลียตพยายามปลอบตัวเองว่าเพื่อนชายตรงหน้าคงไม่เป็นไร

แต่น้ำเสียงของเธอกลับสั่นเครือ กลิ่นเลือดลอยเตะจมูกอย่างรุนแรงจนเธอไม่อาจละเลยมันได้

ลีออนทำได้แค่ยิ้มบางบนพื้น เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับดวงตาสีอำพันสีกำลังหม่นหมอง “ไปเถอะจูเลียต ข้าขอร้อง”

“ไม่ !” หญิงสาวปฏิเสธเสียงแข็ง เธอส่ายหน้าแรงจนผมยาวพลิ้วไหว ทันใดนั้นเอง ลีออนก็รู้สึกถึงเงาดำที่ไหววูบด้านหลัง

ของจูเลียต นัยน์ตาสีแสดเบิกขึ้น ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เงาดำก็พุ่งเข้ามาใกล้แล้ว

“จูเลียต ระวัง ...”

ฉึก !

4:30

เลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนใบหน้าของจูเลียตและลีออน ชุดสีเขียวของหญิงสาวชโลมเต็มไปด้วยเลือด ลีออนที่นอนราบ

บนพื้นทำได้แต่แข็งทื่อ ไม่อาจช่วยอะไรได้ ... ใบหน้าของทั้งสองตกตะลึงราวกับไม่เชื่อเหตุการณ์ตรงหน้า

จูเลียตน้ำตาคลออย่างห้ามไม่อยู่ เธอพูดเสียงแผ่วเบาว่า “...เบลซ?”

ตรงหน้าของจูเลียตและลีออน คือชายหนุ่มร่างสูงผู้สวมผ้าพันคอที่แสนคุ้นเคย

จูเลียตและลีออนมองเพื่อนตรงหน้าที่กำลังหันหลังให้ด้วยความตกตะลึง

เลือดสีแดงคล้ำสาดกระเซ็นทั่วพื้นถ้ำอันเย็นเยียบ มนุษย์หมาป่ามองดูภาพด้านหน้าตัวเองอย่างพึงพอใจ มุมปากขยับ

เหยียดยิ้ม ในมือถือดาบคาตะนะแน่นยิ่งกว่าเดิมและเสียบปลายดาบให้แทงทะลุอกลึกยิ่งขึ้น เบลซไม่ได้มีท่าทีตกใจแต่

อย่างใด เขาเพียงแค่กระอักเลือดและปล่อยยิ้มบางออกมา

ครั้นชายหนุ่มผมดำจะชักดาบออก แต่ทว่าเขาทำไม่ได้ เพราะดาบถูกยึดตรึงไว้ด้วยมือหนาของเจ้าตัวที่ถูกแทง

เบลซไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยที่มือทั้งสองจะมีเลือดไหลออกมาเพราะจับดาบไว้ ชายหนุ่มยิ้มอีกทีทั้งที่เลือดกบปาก

“ไม่ยอมให้หนีหรอกน่า”

จูเลียตพุ่งด้วยไปด้านหน้า ใบไม้เรียวยาวข้างข้อมือเรืองแสงพร้อมกับเปลี่ยนไปคล้ายดาบคม ใบไม้นั้นถูกตวัดไปอย่าง

รวดเร็วเพื่อหวังจะทำร้ายคนตรงหน้า ทว่ามนุษย์หมาป่ารู้ตัวก่อนจึงเบี่ยงตัวหลบไปด้านหลัง แต่ก็ไม่พ้นอยู่ดี

นั่นเป็นเหตุที่ให้ดวงตาสีเลือดหมูด้านขวาของเขาถูกบาดเป็นทางยาว

“อ๊ากกก! “เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของชายหนุ่มผมดำดังกังวานไปทั่วห้องกว้าง

4:00

แม้ว่าชายหนุ่มจะใช้มือทั้งสองกุมดวงตาข้างขวาไว้แต่ก็มิอาจห้ามเลือดได้ เลือดสีแดงฉานไหลออกมาตามร่องนิ้ว

เขากัดฟันกรอดเพื่อจะระงับความเจ็บปวด จังหวะที่มนุษย์หมาป่าโซเซไปด้านหลัง เบลซก็ทำการดึงดาบที่คาอยู่กลางอก

ออกและขว้างทิ้ง เขาพยายามสู้ต่อแต่เหมือนร่างกายจะไม่ฟังคำสั่ง ทำให้ชายหนุ่มล้มลง

ลีออนยันตัวขึ้นมารับร่างของเพื่อนชายไว้ ทว่าแผลกลางหลังก็สำแดงฤทธิ์ออกมาทำให้เขาไม่อาจลุกขึ้นไปสู้ได้เช่นกัน

จูเลียตมองสภาพเพื่อนทั้งสองด้วยนัยน์ตาสีน้ำพันหม่น ดวงตานั้นประดับหยาดน้ำตาใสที่ไหลรินลงข้างแก้มขาว

หญิงสาวกำมือแน่น แน่นจะจนเห็นเส้นเลือด เธอวิ่งไปหาชายหนุ่มผมดำและกระแทกเขาอย่างแรงจนมนุษย์หมาป่า

กระเด็นไปกระแทกกับแผงควบคุม เสียงปี๊บดังขึ้น ตามมาด้วยประกายไฟสีแสบตา ทำให้รู้ว่าแผงควบคุมใช้ไม่ได้อีกต่อไป

รูดอล์ฟที่ถูกกระแทกกับแผงควบคุมกระอักเลือดออกมา ปากขยับพูดด้วยเสียงแหบพร่าว่า

“แค้นนี้ ... ต้องชำระ ...”

พูดจบ ชายหนุ่มผมดำก็วิ่งออกไปยังทางออกทันที ปล่อยให้สมาชิกเดอะโฮปยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางห้องกว้างที่ไร้หมอกควัน

ตอนแรกจูเลียตคิดจะตามไป ทว่าเสียงทุ้มดึงเธอไว้ก่อน

“จูเลียต ...”

เสียงของเบลซทำให้หญิงสาวหยุดชะงักพร้อมกลืนน้ำลายลงอย่างฝืดคอ เธอไม่อยากหันกลับไปมอง ... ไม่อยากมอง

ร่างเพื่อนของด้วยเองที่ชโลมไปด้วยเลือด

เลือด... ที่ต้นเหตุมาจากเธอ

เสียงไอค่อกแค่กดังขึ้นจนจูเลียตต้องหันกลับไปมอง เธอเห็นดวงตาสีน้ำเงินของเบลซในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันทั้ง

แปลกและสวยงาม เจ้าตัวยิ้มละมุนทั้งที่เลือดท่วมปาก เขานอนราบกับพื้นโดยมีผ้าพันคอที่ขาวเปรอะเลือดอยู่ข้างกาย

ด้านข้างของเบลซก็มีลีออนที่นั่งคุกเข่าอยู่ สภาพของเขาไม่ต่างกัน แผลกลางหลังยังคงมีเลือดไหลรินออกมา เสื้อผ้าขาด

รุ่งริ่งจากการถูกฟัน มุมปากมีเลือดแห้งกรังติดอยู่ ใบหน้าขาวซีดทว่านัยน์ตาสีแสดยังคงส่องประกายขณะมองเพื่อนชาย

ที่นอนนิ่งด้านหน้า เมื่อเห็นเพื่อนทั้งสอง จูเลียตก็น้ำตาไหลยิ่งกว่าเดิม

“ทำไมเรื่องมันต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ” เธอพูดเสียงสั่นเครือ ไหล่บางสั่นสะท้านจากการสะอื้น “ทำไมกัน...ทำไม...”

“อะไร เป็นยังไงหรอ ข้ายังไม่ตายซักหน่อย” เบลซพูดติดตลกพร้อมยิ้มกว้าง แต่เพื่อนทั้งสองกลับไม่ตลกเลยซักนิด

เมื่อได้เพียงความเงียบกลับมา เบลซก็ถอนหายใจแล้วเงยหน้ามองเพดาน ไม่สบตาเพื่อนของเขา

“อืม ข้าคงไม่รอดแล้วล่ะ”

“เจ้าอย่ามาพูดอะไรบ้าๆนะ” จูเลียตโต้กลับแทบทันที “เจ้าต้องรอดอยู่แล้วสิ เบลซ เจ้าต้องกลับไปกับพวกเรานะ

ข้าสัญญาว่า ต่อไปนี้ถ้าข้าจะทำอะไรข้าจะคิดให้ดีๆก่อน ข้าจะไม่พูดก่อนคิดอีกแล้ว ข้าสัญญา เบลซ ! ข้าสัญญา !!

คำสุดท้ายของจูเลียตดูเหมือนจะหนักแน่น แต่ก็เต็มไปด้วยความหม่นหมอง เธอน้ำตานองหน้าก่อนจะกล่าวต่อว่า

“กลับไปกับพวกเรานะ สัญญาสิ เบลซ”

เบลซนิ่งเงียบไม่ตอบ เขารู้ดีว่า คำสัญญาคือสิ่งที่เขาต้องรักษาไว้ให้ได้ ในเมื่อรักษาไม่ได้ แล้วเขาจะตกลงไปเพื่ออะไร

เมื่อเห็นเบลซนิ่งไม่ตอบ จูเลียตก็ร้องไห้หนักกว่าเดิม

“ร้องไห้อีกแล้วนะ เจ้าน่ะ ...อึก” เบลซขยับปากที่แห้งผาก ตอนนี้เขากระอักเลือดออกมาอีกแล้ว “ไหนว่าจะไม่ร้องไห้ให้

ข้าเห็นอีกไง จำไม่ได้หรือ”

“ข้าจำได้” หญิงสาตอบน้ำเสียงสั่นเครือ เธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้แต่ก็ห้ามไม่ได้

3:00

คราวนี้เบลซหันหน้าไปหาลีออนบ้าง นัยน์ตาสีน้ำเงินมองเพื่อนชายของตน “สัญญากับข้าว่าเจ้าจะดูแลปกป้องจูเลียต”

“ข้าสัญญา” ลีออนตอบน้ำเสียงนิ่งเรียบ

“สัญญากับข้าว่าเจ้าจะต้องดูแลชีวิตตัวเองให้ดีเช่นกัน”

“...ข้าสัญญา” ลีออนยังคงตอบกลับเช่นเดิม

“ดีแล้วล่ะ ขอบคุณเจ้ามาก” เบลซยิ้มดังปกติ ลีออนเม้มปากแน่นก่อนจะพูดติดตลกว่า

“พูดอย่างกับจะสั่งเสียก่อนตาย เจ้าไม่ได้จะตายสักหน่อย”

“อื้อ ข้าไม่ได้จะตาย ลีออน... ข้าแค่ต้องการการพักผ่อน” เบลซตอบนิ่งๆ “แค่เป็นการพักผ่อนที่ยาวนานเหลือเกิน”

น้ำตาใสพลันไหลลงจากนัยน์ตาสีแสดมืดหม่นอย่างเงียบๆ

“ข้าเป็นห่วงพวกเจ้าทั้งสองจริงๆ ชอบทำตัวเป็นเด็กๆ ถ้าข้าไม่อยู่แล้วพวกเจ้าจะดูแลตัวเองได้มั้ยนะ”

เบลซกล่าวขึ้นพร้อมเงยหน้ากลับเช่นเดิม น้ำเสียงที่พูดดูเลื่อนลอยคล้ายกับพูดกับตนเอง

“ข้าจำได้ว่าพวกเจ้าชอบไปก่อเรื่องซะวุ่น จนข้าปวดหัวแทบทุกวัน ตอนนี้ข้าคงไม่ต้องมาแก้ปัญหาให้พวกเจ้าแล้ว ...

ข้าควรจะดีใจรึเปล่านะ” ชายหนุ่มพูดไปเรื่อยเปื่อยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“ข้าไม่เคยเข้าใจคำพูดที่บอกว่า คนกำลังจะตายมักจะนึกถึงเรื่องเก่าๆ ข้าไม่เคยเข้าใจจริงๆจนถึงตอนนี้ ... ข้าเห็น

ข้ารู้สึก ข้านึกถึง ข้าหวนคืนถึงวันเวลาดีๆที่เรามีให้กัน จูเลียต ลีออน ข้าดีใจเหลือเกินที่ข้าได้มาเป็นเพื่อนกับพวกเจ้า”

เบลซยิ้มละมุนอีกคราก่อนที่นัยน์ตาสีน้ำเงินจะเริ่มหม่นลง

2:00

“ลีออน ช่วยหยิบกุญแจในกระเป๋ากางเกงข้าที”

ชายหนุ่มผมฟ้าทำตามอย่างว่าง่าย เขาล้วงมือลงไปในกระเป๋าของกางเกงสีแดง จากนั้นลีออนก็พบกุญแจสามดอก

สีสลักเป็นลวดลายสวยงามและประณีต ดอกหนึ่งสีฟ้าใสคล้ายน้ำแข็ง ดอกหนึ่งสีเทาเข้ม ส่วนอีกดอกหนึ่งเป็นสีน้ำตาล

ทั้งสามดอกต่างก็งดงามไม่แพ้กัน หัวกุญแจมีสัญลักษณ์ประหลาดประทับอยู่

“เก็บไว้กับตัว ... เป็นของที่ระลึกแล้วกันนะ” เบลซพูดทิ้งท้ายแค่นี้ก่อนเว้นระยะพูดประโยคถัดไป

“มีอีกหลายเรื่องที่ข้าอยากทำเหลือเกิน หนึ่งในนั้น ... คือร่วมผจญภัยไปพร้อมกับเพื่อนที่ดีที่สุดของข้า”

จูเลียตกับลีออนมองเบลซไม่วางตา ทำไมพวกเขาถึงรู้สึกใจสั่นแบบนี้นะ เขาเชื่อไม่ใช่หรอว่าเพื่อนคนนี้ต้องรอดออกไป

... ออกไปกับพวกเขา แล้วนี่พวกเขาทำอะไรกันอยู่นะ ในหัวสมองของทั้งสองขาวโพลน สิ่งที่เขารับรู้คือพวกเขาแค่

ต้องการฟังบทพูดของเพื่อนชายอย่างเงียบๆเท่านั้น ...

“ขอบคุณ...ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีให้กัน” จูเลียตเอื้อมมือเรียวไปกุมมือเย็นของชายหนุ่มไว้

“ขอบคุณ...ทุกวันเวลา ทุกช่วงวินาทีที่เราได้ใช้ร่วมกัน” ลีออนเอื้อมมือเปรอะเลือดไปกุมมืออีกข้างของชายหนุ่ม

“ข้าหวังเพียงแค่ว่า พวกเจ้าจะใช้ชีวิตช่วงที่เหลือเผื่อข้า ... เพราะข้าไม่มีโอกาสได้ใช้ช่วงเวลานั้นอีกต่อไป”

เสียงของเบลซแผ่วเบาลงเรื่อยๆตามการหายใจ ดวงตาของเขาปรือลงจนแทบปิด ไม่มีเรี่ยวแรงเหลือพอที่จะพูดอะไรได้

อีกต่อไป ทว่าชายหนุ่มกลับใช้แรงเฮือกสุดท้ายพูดออกมาว่า

“ข้าจะรอ ... รอวันที่เราจะได้ผจญภัยร่วมกัน อยู่บนสรวงสวรรค์”

รอยยิ้มสุดท้ายปรากฏบนใบหน้าคมคายก่อนจะดับหายไปพร้อมกับลมหายใจแผ่วเบาที่หยุดลง จูเลียตและลีออนแทบ

ใจสลายเมื่อเพื่อนชายในอ้อมอกได้แน่นิ่งไปแล้ว ทั้งสองต่างน้ำตานองหน้า ไม่อาจปิดกั้นความรู้สึกได้อีกต่อไป

1:00

ร่างสีฟ้าและสีเขียววิ่งออกไปจากห้องควบคุมอย่างไม่คิดชีวิต

เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับแรงปะทะมหาศาลที่ตามมาไล่หลัง เพดานถ้ำถล่มลงมาทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายพร้อมกับ

มีเศษหินหล่นไปทั่ว เพราะบาดแผลของลีออนทำให้ทั้งสองเคลื่อนที่ช้าไปมาก เมื่อวิ่งผ่านระเบิดสีฟ้ามาเพียงเฉียดฉิว

ระเบิดนั้นก็ระเบิดออกมาแทบจะในทันทีทำเอาสองคนล้มลงคลุกคลานไปตามพื้นเนื่องจากโดนแรงปะทะ

จูเลียตยันตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พยายามดึงเพื่อนชายที่เหลืออยู่วิ่งไปด้วยกันโดยไม่สนหัวที่แตกจนเลือดอาบหรือ

รอยถลอกสีแดงตามตัวเลยสักนิด

“เร็วเข้าลีออน ! เหลืออีกแค่นิดเดียว ถ้าผ่านระเบิดสีเหลืองไปได้ เราก็จะรอดไปด้วยกัน”

“ไม่” จู่ๆชายหนุ่มก็พูดแทรกขึ้น ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มแปลกๆ เป็นรอยยิ้มที่สวย แต่ก็ดูเศร้าเหลือเกิน

“มีเพียงคนเดียวที่จะรอดไปได้ต่างหากล่ะ จูเลียต”

จูเลียตเบิกตากว้าง ยังไม่ทันที่จะเอ่ยปากพูดอะไร ร่างบางของหญิงสาวก็ปลิวไปไกลด้วยน้ำโคลนไหลเชี่ยวที่ออกมา

จากฝ่ามือของลีออน เขาใช้แรงทั้งหมดดันสายน้ำนั้นให้พัดพาเพื่อนสาวไปไกลพพอที่จะรอดจากแรงระเบิดสุดท้าย

ในมืออีกข้างกำกุญแจสีน้ำตาลแน่น ก่อนจะล้มตัวลงนอนแน่นิ่งกับพื้น

จากนั้นระเบิดสีฟ้าก็ดังขึ้นพอๆกับระเบิดสีเหลืองพอดี

ประจวบเหมาะกับร่างจูเลียตที่กระเด็นออกมาจากถ้ำและไถลไปไกลจนไม่ได้รับแรงระเบิด

การซัดนั้นทำให้หญิงสาวสติพร่าเลือน ในมือยังคงกำกุญแจสีฟ้าแน่น ดวงตาสีอำพันยังคงมีรอยคราบน้ำตา

เธอสลบไสลไปนาน ก่อนที่จะตื่นมารับรู้ความจริงที่ว่า

เพื่อนทั้งสองของเธอ ได้จากเธอไปตลอดกาล

END Part 2 : Tears of the End


Edited by + Pangtor Girl +, 11 September 2015 - 11:04 PM.

  • bluewind and Taiyoumaru like this

#6

+ Pangtor Girl +
  • + Pangtor Girl +
  • Advanced Member
  • Members
  • PipPipPip
  • 876 posts
  • Locationโลกจินตนาการ

§ Special Chapter §

“ความหวังสีดำ”

4 ปีก่อน

เสียงสายลมดังหวีดหวิวยามฤดูร้อน ท้องฟ้าโปร่งไร้เมฆ แสงแดดแรงกล้าเสียจนมิอาจลืมตาขึ้นมอง มันร้อนแรง

จนทุกสรรพสิ่งไม่อยากเคลื่อนไหว ทว่ากลางที่ราบโล่งนั่น มีร่างของหญิงสาววัยรุ่นและชายหนุ่มอีกสองคนยืนตระหง่าน

อยู่เหมือนไม่ได้สนใจถึงความร้อนจากเบื้องบน ทั้งสามยืนนิ่งจ้องตากันอย่างไม่ลดละ

                หญิงสาวผมสีเขียวใบไม้จ้องชายทั้งสองไม่วางตา นัยน์ตาสีอำพันสวยฉายแววตื่นเต้น บนผิวขาวอมเหลืองมี

หยาดเหงื่อใสๆประดับอยู่ทว่าเจ้าตัวไม่ได้สนใจ บนใบหน้างดงามเหมือนมีรอยยิ้มอยู่ แต่เจ้าตัวกำลังพยายามกลั้นเอาไว้

หนุ่มผู้สวมหมวกคาวบอยสีกรมท่ายืนเฉียงไปด้านขวาของหญิงสาวอย่างเว้นระยะห่าง ดวงตาคมสีแสดฉายแววรักสนุก

ประกอบกับรอยยิ้มกวนๆบนใบหน้าทำให้ชายคนนี้ดูเป็นคนขี้เล่นโดยปริยาย ผมสีฟ้าครามยาวปรกใบหน้าเล็กน้อยพร้อม

ด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลลงมาตามไรผม ส่วนชายคนสุดท้ายนั้นยืนเฉียงไปทางด้านซ้ายของผู้หญิง แต่ก็เว้นระยะห่างจาก

ชายด้านข้างด้วย ทำให้ตอนนี้ทั้งสามยืนเป็นรูปสามเหลี่ยมประจันหน้าเข้าหากัน ร่างสูงยิ้มบางๆพร้อมใช้นัยน์ตาสีน้ำเงิน

มองเพื่อนทั้งสองของตน ผมซอยสั้นสีเหลืองนวลเป็นเอกลักษณ์ทว่าผมปรกใบหน้ากลับมีสีแดงเพลิง เขาสวมชุดโทนสีแดง

ดูขัดกับสีของดวงตายิ่งนักแต่กลับดูมีเสน่ห์  ผ้าพันคอสีขาวพลิ้วไหวตามสายลม น่าแปลกที่ชายคนนี้ไม่มีหยาดเหงื่อเลย

                เหมือนเวลาช่างผ่านไปเนิ่นนาน จู่ๆทั้งสามคนก็กระโจนเข้าหากันและลงมือโจมตีทันที !

บนที่ราบโล่งเหมือนถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสัน แดง ฟ้า เขียว สีทั้งสามต่างเริงระบำท่ามกลางผืนดินสีน้ำตาลและใต้นภาสีฟ้า

คราม เสียงหัวเราะดังขึ้นไปพร้อมกับท่วงท่าอันงดงาม ศิลปะชิ้นเอกถูกประดิษฐ์ขึ้นด้วยเวทมนตร์ที่ทั้งสามใช้ใส่กันและกัน

...

“วู้ ! สนุกเป็นบ้าเลยแฮะ !” ชายหนุ่มผมฟ้าครามทิ้งตัวบนนอนกับพื้นราบ ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อแต่ก็มีรอยยิ้มกว้าง

“นั่นสิ !” หญิงสาวสวยทิ้งตัวนอนบ้าง เรือนผมสีเขียวแผ่ลงบนพื้น เจ้าตัวหอบน้อยๆพร้อมใช้ดวงตาสีอำพันจับจ้องบน

ท้องฟ้าสีส้มยามเย็น

“พวกเจ้าสองคนนี่จริงๆเลย ... เสื้อผ้าเปื้อนหมดแล้ว” หนุ่มร่างสูงพูดเหมือนตำหนิแต่น้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เขาไม่ได้ล้มตัว

ลงนอนเหมือนเพื่อนทั้งสอง หญิงสาวทำแก้มป่องก่อนจะฉุดเพื่อนชายมานอนข้างๆด้วย เขาถอนหายใจเบาๆแต่ก็ไม่ได้

คัดค้านอะไร ทำให้หญิงสาวยิ้มหวานน่ารัก เธอคล้องแขนเพื่อนทั้งสองที่อยู่ขนาบตนเองก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเริงร่าว่า

“ข้าชอบเบลซกับลีออนที่สุดเลย !!!

“เฮ้ๆ จูเลียต ! พูดแบบนี้เดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดหรอก !” ชายผมฟ้านามลีออนพูดขึ้นแทบจะโวยวาย

“อะไรกัน เมื่อก่อนเจ้าไม่เห็นพูดแบบนี้เลย” จูเลียตทำแก้มป่องอีกรอบ

“หน้าแดงไปถึงหูแล้วนะลีออน” เบลซพูดแซวแกมหัวเราะเมื่อเห็นใบหน้าแดงระเรื่อของเพื่อนชาย ทำเอาลีออนโวยยิ่ง

กว่าเดิม

“ไม่ได้แดงโว้ยยย !!

 จูเลียตหัวเราะเสียงใสกังวานเหมือนกระดิ่งเงินก่อนจะหยอกล้อลีออนเป็นพักๆ เบลซก็ได้แต่อมยิ้มดูทั้งสองอย่างเงียบๆ

ช่างเป็นวันที่ปกติสุขเสียจริง เบลซคิดเช่นนั้น และหวังให้มันเป็นแบบนี้ตลอดไป

...

ก๊อกๆ

“ใครมาตั้งแต่เช้ากันล่ะเนี่ย” ลีออนเดินออกมาจากห้องนอนพร้อมกับหาววอดๆ ผมสีฟ้าครามยุ่งเหยิงเหมือนคนที่เพิ่งตื่น

เขาใส่ชุดนอนเดินออกมาอย่างไม่เกรงใจใคร

“เช้าอะไรล่ะ นี่ก็ปาเข้าไปเก้าโมงแล้วนะ” เบลซที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะทานข้าวพูดขึ้นยิ้มๆ ในมือของเขามีแก้วกาแฟสีขาว

ผมเผ้าของเขาหวีเรียบร้อยและเสื้อผ้าดูสะอาดสะอ้าน ทำให้รู้ว่าเขาตื่นมานานแล้ว

“อรุณสวัสดิ์ลีออน อรุณสวัสดิ์เบลซ” จูเลียตเดินบิดขี้เกียจออกมาจากห้องนอนของเธอเช่นเดียวกัน แถมสภาพยังไม่ต่าง

จากลีออนเลยสักนิด ผมสีเขียวยาวถึงกลางหลังดูยุ่งๆ ชุดนอนกระโปรงลายลูกไม้สีขาวพลิ้วไหวตามแรงเดิน เพียงแต่ว่า

จูเลียตได้ล้างหน้าแปรงฟันมาก่อนแล้วเท่านั้นเอง

“มีคนมาใช่ไหม งั้นข้าไปเปิดประตูให้นะ” จูเลียตเดินตรงไปทางประตูทันที

นี่เจ้าไม่คิดจะห่วงสภาพตัวเองเลยรึไงกัน  เพื่อนชายทั้งสองคิดในใจเงียบๆ

จูเลียตเปิดประตูออกโดยไม่มองตาแมวตรงประตูเลยด้วยซ้ำ เมื่อเปิดประตูออกมาก็เผยให้เห็นชายหนุ่มสง่างามคนหนึ่ง

เจ้าของเรือนผมยาวสีเขียวที่ถูกมัดอย่างหลวมๆและดวงตาสีวอลนัทที่ดูอบอุ่น ใบหน้าเรียวหล่อเหลาประดับรอยยิ้มละมุน

เสื้อสูทและกางเกงสีขาวสะอาดขับให้ชายคนนี้น่ามองยิ่งขึ้น เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรว่า

“อรุณสวัสดิ์ครับ รุ่นพี่”

“อ๊ะ ฟีแอล !” จูเลียตแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะโผเข้ากอดคนตรงหน้าทันที “คิดถึงจังเลย ! ไม่ได้เจอกันเป็นเดือนแน่ะ !

คนที่ถูกกอดผงะไปนิดหนึ่งก่อนที่จะกอดแบบอิหลักอิเหลื่อน้อยๆ “ผมก็คิดถึงรุ่นพี่จูเลียตครับ ฮ่ะๆ”

เบลซนั่งดูภาพคนกอดกันตรงหน้าอย่างไม่คิดอะไรพร้อมจิบกาแฟในมือไปด้วย เขาถือว่าฟีแอลเป็นรุ่นน้องที่ดีคนหนึ่ง

ยังไงก็คงไม่คิดเรื่องเกินเลยหรอกมั้ง ? อ้อ ได้ข่าวว่าตอนนี้กำลังมีความรักด้วยนี่นา เขาพยักหน้าเบาๆแบบนึกขึ้นได้

ส่วนลีออนก็ยืนนิ่ง ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีเส้นเลือดปูดขึ้นมาตรงหน้าผาก ดวงตาสีแสดจ้องภาพตรงหน้าเขม็งอย่างจะกินเลือด

กินเนื้อ แถมรอยยิ้มยังกระตุกๆแบบแปลกๆอีกต่างหาก ฟีแอลเหงื่อตกเล็กน้อยก่อนจะยิ้มแหยๆและผละจูเลียตออก

“สวัสดีครับ รุ่นพี่เบลซ รุ่นพี่ลีออน” ฟีแอลทักทายรุ่นพี่ทั้งสองด้วยรอยยิ้ม

“สวัสดียามเช้า” เบลซวางถ้วยกาแฟลงแล้วยิ้มตอบกลับ

“หวัดดี” ลีออนทักบ้าง แต่เป็นรอยยิ้มแปลกๆที่แทบจะแยกเขี้ยวออกมา

จูเลียตผู้ไม่รู้สึกถึงความแปลกประหลาดตรงหน้าก็ได้แต่เอ่ยปากถามรุ่นน้องว่า “มาหาแต่เช้า มีอะไรรึ คงไม่ใช่คิดถึงรุ่นพี่

มากจนกระทั่งถ่อมาถึงนี่หรอกนะ”

จูเลียตแอบพูดแขวะเล็กๆอย่างนึกสนุก เธอรู้อยู่แล้วว่าฟีแอลเคารพพวกเธอมาก แต่คนอย่างเขางานต้องมาก่อนอยู่แล้ว

แน่นอนสิ ก็เขาเป็นถึงหัวหน้าใหญ่ของโปเกโพลิส สเตชั่นเชียวนะ !

ฟีแอลหัวเราะแห้งๆ “ก็คิดถึงครับ ช่วงนี้ผมงานยุ่งมาก เลยไม่มีโอกาสแวะมาเยี่ยม” เขาเว้นช่วงนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อ

“ผมอยากให้พวกรุ่นพี่เข้าร่วมประชุมตอนสิบโมงนี้หน่อยครับ”

“ประชุมเรื่องอะไรหรือ?” เมื่อเป็นเรื่องงาน เบลซก็พูดโพล่งขึ้นมาทันที

จูเลียตเลื่อนเก้าอี้ไม้ตรงโต๊ะทานข้าวเป็นเชิงว่า เชิญนั่งก่อนเพราะรู้ว่าเรื่องนี้ต้องคุยกันอีกยาวแน่ๆ ฟีแอลกล่าวขอบคุณ

และนั่งลงช้าๆ จูเลียตหมุนตัวไปชงน้ำชา ส่วนลีออนก็รู้งานเดินไปล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อยก่อนจะมานั่งร่วมวงคุยด้วย

“งานประชุมครั้งนี้เกี่ยวกับเรื่องแก๊งแมกม่าครับ”

เมื่อได้ยินคำว่าแก๊งแมกม่า รุ่นพี่ทั้งสามก็ชะงักไปเล็กน้อย ฟีแอลพยักหน้าอีกครั้งและเอ่ยย้ำว่า “แมกม่า อีกแล้วครับ”

“อีกแล้วเหรอ” จูเลียตอดพึมพำเบาๆไม่ได้ คิ้วเรียวขมวดกันเป็นปม

“แก๊งแมกม่ามันทำไมหรอ” ลีออนถามด้วยความอยากรู้

“แก๊งแมกม่าได้ทำการตั้งฐานทัพใหม่ขึ้นอย่างลับๆ และสายสืบของเราก็ได้ทราบมาว่า แก๊งแมกม่าได้ขโมยข้อมูล

บางส่วนจากรัฐบาลไป เกรงว่าข้อมูลนั้นอาจเป็นข้อมูลลับสุดยอด” ฟีแอลทำสีหน้าเคร่งขรึม “เราต้องการทำลายฐานทัพ

นั้นทิ้งซะ ก่อนที่เรื่องจะบานปลายกว่านี้”

รุ่นพี่ทั้งสามต่างขมวดคิ้วกันมุ่นพร้อมทำสีหน้าครุ่นคิด พักหนึ่งจูเลียตก็พูดขึ้นมาว่า “พวกเราจะไปร่วมงามประชุมด้วย”

ฟีแอลถอนหายใจอย่างโล่งอก เขายิ้มละมุนพร้อมกล่าวว่า “ขอบคุณครับ”

“เฮ่อ ทำไมมันถึงกลับตาลปัตรแบบนี้หว่า” ลีออนพูดขึ้นลอยๆ “ปกติฝ่ายอควาต้องเป็นพวกบ้าระห่ำ ก่อเรื่องตลอดเวลา

ไม่ใช่หรอ ทำไมตอนนี้แมกม่าถึงได้ก่อเรื่องต่อๆกันแบบนี้นะ ....”

เบลซกับจูเลียตเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆฝ่ายอควาถึงเงียบไป แล้วแมกม่ากลับกลายเป็นตัวก่อเรื่องแบบ

ติดต่อกัน แบบนี้มันก็รู้สึกทะแม่งๆ ... ใครๆก็รู้ว่าหัวหน้าแก๊งอควาโรคจิตแค่ไหน ถ้าเทียบกับหัวหน้าแก๊งแมกม่าแล้ว

เขาดูขรึมกว่าเยอะ

คิดถึงตรงนี้ทั้งสองก็ได้แต่ถอนหายใจ เบลซเอ่ยขึ้นว่า “ประชุมสิบโมงใช่ไหม?”

“ครับ”

เบลซเงยหน้ามองนาฬิกา ฟีแอลเองก็ด้วย

9.40 ...

ฟีแอลกับเบลซก็หันไปมองสภาพของจูเลียตกับลีออนโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งสองมองหน้ากันและพูดว่า

“อย่างแรกเลยก็ต้องอาบน้ำก่อนล่ะนะ”

“เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ...”

...

ผ้าพันคอสียาวขยับตามแรงเคลื่อนไหว ดวงตาสีน้ำเงินของเบลซเข้มขึ้นเหมือนมหาสมุทรดูน่าเกรงขาม มุมปาก

ของเขาเหยียดเป็นเส้นตรงไม่เผยให้เห็นรอยยิ้มเหมือนปกติ คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ใบหน้าดูโกรธเคืองเล็กน้อย ... แต่ก็แค่

เล็กน้อยเท่านั้น ทว่าเพื่อนทั้งสองของชายหนุ่มกลับเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจน

“รอก่อนสิ เบลซ !” จูเลียตร้องขึ้น เธอวิ่งเหยาะๆเพราะตามการก้าวขายาวๆของเบลซไม่ทัน

“โฮ้ย ! นับวันนายจะยิ่งเอาแต่ใจตัวเองมากขึ้นแล้วนะเฟ้ย !!” ลีออนตะโกนตามหลังมา

เบลซได้แต่ถอนหายใจเบาๆ คิ้วที่เคยขมวดคลายออกเมื่อเพื่อนสาวคว้าข้อมือเขาเอาไว้ด้วยแววตาอ้อนวอน

เมื่อเบลซกับจูเลียตหยุดลง ลีออนที่ตามมาหลังสุดก็วิ่งตามทันจนได้ เขาหอบเล็กน้อยก่อนจะมองเบลซด้วยแววตาอีก

อย่างหนึ่ง

“เจ้าโกรธข้าหรอ” จูเลียตถามเบลซด้วยน้ำเสียงอึกอัก

“...” เบลซเงียบไม่ตอบ ซึ่งนั่นหมายความว่า ใช่

ลีออนเห็นเพื่อนสาวคอตกแบบหงอยๆก็อดพูดไม่ได้ว่า “เจ้าก็นะ ยกโทษให้จูเลียตเถอะน่า”

“เจ้าก็เหมือนกันแหละ ลีออน” เบลซหันมาพูดตำหนิทันที “ทำไมถึงได้นั่งบื้ออยู่ได้ ทำไมไม่ช่วยกันห้ามบ้าง”

ดันกลายเป็นโดนด่าไปด้วยเลยวุ้ย... ลีออนคอตกไปด้วย

เมื่อเห็นสภาพจูเลียตกับลีออนที่คอตกเป็นโรคอนหงอยเบลซก็มีสีหน้าที่อ่อนลงนิดหนึ่ง แล้วเขาก็ถอนหายใจออกมา

จะไม่ให้เขาโกรธได้ยังไงล่ะ ก็จูเลียตเล่นเข้าไปประกาศในห้องประชุมว่า เราจะช่วยถล่มแก๊งแมกม่าชาติชั่วนั่นด้วย !

รับประกันฝีมือได้เลย !!’ โดยที่ยังไม่ทันฟังรายละเอียดด้วยซ้ำ เขากับลีออนก็ได้แต่เหวอแบบค้างๆ แถมเจ้าตัวยังพูดอีกว่า

ให้พวกเราสามคนเป็นแนวหน้าเอง รับรองสำเร็จผลโดยที่ยังไม่ถามความเห็นจากพวกเขาเลยซักคำ เขาทำได้แค่ใช้ศอก

กระทุ้งแขนของลีออนเบาๆเป็นเชิงว่าให้เตือนจูเลียต แต่ลีออนกลับอ้ำๆอึงๆไม่พูดซะงั้น คงเพราะเห็นแววตาและท่าทาง

เด็ดเดี่ยวของจูเลียตเข้าเลยไม่อยากพูดอะไร เบลซอยากจะไมเกรนขึ้นตรงนั้นทันที ทั้งไม่รู้ว่าภารกิจยากแค่ไหน แถมยัง

สัญญาไว้ดิบดีขนาดนั้น ถ้าเกิดไม่สำเร็จขึ้นมาจะทำยังไง คิดถึงตรงนี้เบลซก็ปวดหัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ข้าขอโทษจริงๆนะเบลซ” จูเลียตพูดเสียงอ่อย “ก็คิดแล้วมันโกรธนี่นาเลยพูดแบบนั้น แต่ยังไงเราก็ควรช่วยไม่ใช่หรอ”

เบลซถอนหายใจอีกรอบ “ก็ใช่ แต่มันก็อันตรายเกินไป พวกเรามีกันแค่สามคน จะไปเป็นแนวหน้าลุยเดี่ยวได้ยังไง”

จูเลียตที่เถียงไม่ได้เบะปากก่อนจะมองไปยังลีออน คนหลังที่ถูกมองก็อิหลักอิเหลื่อ แต่ก็พูดว่า

“ที่เบลซพูดมามันก็ถูก พวกเรามีกันแค่สามคนเอง ...” ประโยคหลังของลีออนเบาลงเรื่อยๆเมื่อเห็นแววตาออดอ้อนของ

จูเลียตเข้าให้ ไม่ทันไรเขาก็เอ่ยว่า “เอิ่ม ข้าว่าเราก็น่าจะทำได้นะเบลซ...”

โดนลูกอ้อนเต็มๆแล้วเพื่อนข้า ! เบลซได้แต่คิดในใจ

“เห็นมั้ย ! ลีออนยังเห็นด้วยเลย !” จูเลียตโพล่งทันที “นะๆๆ ขอร้องล่ะเบลซ ช่วยเถอะนะ !

เบลซถอนหายใจหน่ายๆเป็นรอบที่ล้าน เขาไม่ค่อยชอบลูกอ้อนของจูเลียตเลย เพราะเขากับลีออนต้องใจอ่อนทุกที ...

และครั้งนี้ก็เช่นกัน

“เอาล่ะๆ ช่วยก็ช่วย” เบลซพูดอย่างหมดแรงเถียง

“เย้ !” จูเลียตตะโกนอย่างเริงร่า “งั้นเราไปเก็บของกันเถอะ ! ต้องเดินทางเย็นนี้แล้วนี่นา !

พูดจบ จูเลียตก็ทำการคล้องแขนเพื่อนชายทั้งสองและลากพวกเขาออกไปอย่างรวดเร็ว

...

แกรก ... เสียงเปิดประตูดังขึ้น

จูเลียตเดินนำเข้าไปก่อน ตามด้วยลีออนและเบลซที่เดินมาหลังสุด สีหน้าของเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

ชายหนุ่มร่างสูงยืนนิ่งมองเพื่อนทั้งสองที่กำลังจัดกระเป๋าเป้ของตัวเอง นัยน์ตาสีน้ำเงินบ่งบอกถึงความกังวล

จูเลียตเงยหน้าขึ้นการจากจัดกระเป๋า เธอยิ้มบางๆ “ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะเบลซ พวกเราน่ะไม่มีทางเป็นอะไร

ง่ายๆอยู่แล้ว พวกเราคือกลุ่มเดอะโฮปผู้โด่งดังเชียวนะ”

เบลซนิ่งเงียบไป กลุ่มเดอะโฮปของเขามีสมาชิกเพียงสามคนเท่านั้น คือจูเลียต เดอะ จูไคน์ , ลีออน เดอะ ลากุราจ

และเขา เบลซ เดอะ บาชาโม่เท่านั้นเอง พวกเขาทั้งสามคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ด้วยสายสัมพันธุ์บางๆอย่าง

เชื้อสายสตาร์ทเตอร์ ทำให้พวกเขาสนิทกันอย่างรวดเร็ว แถมยังก่อตั้งกลุ่มนี้ขึ้นมาอีกด้วย

รู้ตัวอีกทีกลุ่มเดอะโฮปนี่ก็โด่งดังเข้าไปแล้ว ด้วยความที่ว่าฝีมือของพวกเขาเก่งกาจ แข็งแกร่ง หน้าตาก็จัดได้ว่าไร้ที่ติ

ทั้งสามจึงเป็นที่รู้จักกันอย่างรวดเร็วและล้นหลาม พร้อมๆกับกลายเป็นคนที่มีอิทธิพลไปแล้วด้วย

นับเป็นทีมที่เพอร์เฟ็คที่สุดจริงๆ หลายคนว่าอย่างนั้น

“...” เบลซนิ่งเงียบไม่ตอบ เพราะว่าถึงจะพูดเถียงมากเท่าไหร่ แต่ยังไงก็ต้องไปอยู่แล้ว

เมื่อเห็นเบลซยังคงทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ลีออนก็เป็นฝ่ายถอนหายใจบ้าง เขาเดินไปตบบ่าเพื่อนชายเบาๆและกล่าวว่า

“เราเชื่อใจเจ้า และเจ้าก็ต้องเชื่อใจเราด้วยเหมือนกัน” ลีออนยิ้มกว้าง “ไม่ต้องห่วงหน้า พวกเราปลอดภัยอยู่แล้ว !

แล้วการที่นายทำหน้าไม่ยิ้มแบบนี้รู้สึกสยองชะมัด !” ลีออนทำท่าขนลุกแบบโอเว่อร์ ทำให้เบลซปล่อยยิ้มบางออกมา

“เข้าใจแล้ว” เขาว่าพร้อมเดินไปจัดกระเป๋าตนเองเช่นกัน

สายลมพัดเข้ามาผ่านหน้าต่างบานกว้างที่เปิดค้างไว้เหนือโต๊ะเตี้ยๆ ผ้าม่านสีขาวบางพลิ้วไหวโบกสะบัดขณะที่ทั้งสาม

กำลังจะเดินออกนอกประตู จูเลียตหันกลับมามอง

“ลืมปิดหน้าต่างแฮะ” เธอพูดขึ้นและเดินตรงเข้าไปหวังจะปิดหน้าต่าง ...

เพล้ง !

เสียงกระจกแตกดังขึ้นท่ามกลางห้องเงียบสงัด เรียกความสนใจจากเบลซและลีออนทันที

“เกิดอะไรขึ้น?” ลีออนถามพร้อมเดินเขามาหาจูเลียตที่ยืนค้างอยู่ตรงหน้าต่าง เบลซเองก็เดินตามไปด้วย

“ระ ... รูปภาพหล่นน่ะ แฮ่ะๆ” เจ้าตัวหัวเราะแห้งๆ “สงสัยลมพัดแรงไปหน่อย ว้า รูปนี้เป็นรูปเดียวที่พวกเราเคยถ่ายด้วยสิ”

จูเลียตพูดด้วยน้ำเสียงล้อเล่นกลั้วหัวเราะ มือเรียวบางเอื้อมลงไปเก็บกรอบรูปภาพสีน้ำตาลขึ้นมา ทันใดนั้นเธอก็ผงะ

ลีออนเบิกตากว้างขึ้น เบลซกลั้นหายใจไปชั่วขณะ

รูปนี้เป็นรูปเดียวที่พวกเขาเคยถ่ายร่วมกัน เป็นรูปภาพตั้งแต่ปีที่แล้ว ในรูปจูเลียตยืนอยู่ตรงกลาง เธอยิ้มกว้างตาหยีเหมือน

กำลังหัวเราะเสียงดังพร้อมกอดคอเพื่อนชายทั้งสอง ลีออนยิ้มยิงฟันขาวอย่างทะเล้น มือข้างหนึ่งจับหมวกคาวบอยไว้

ส่วนอีกข้างก็เกาะไหล่จูเลียต เบลซก็มีรอยยิ้มกว้างประดับบนใบหน้า ผ้าพันคอสีขาวพลิ้วกลางอากาศ รูปภาพใส่กรอบสี

น้ำตาลเคลือบกระจกที่ชวนดูอบอุ่นขณะนี้ได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆตามแรงที่โดนกระแทก ทว่า ...

ส่วนที่กระจกแตก ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเบลซเท่านั้น

จูเลียตพลิกรูปภาพคว่ำแทบทันทีเมื่อเห็นสภาพของรูปนั้น เธอมองเบลซอย่างกล้าๆกลัวๆ ใบหน้าสวยนั้นประดับความ

หวาดหวั่น ดวงตาสีอำพันฉายแววกังวลใจ ลีออนเองก็เลิ่กลั่กเมื่อได้เห็นสภาพรูปนั้น เขาเองก็มองเบลซด้วยเช่นกัน

นัยน์ตาสีน้ำเงินของเบลซสงบนิ่ง ใบหน้าตกใจในตอนแรกมลายหายไปแล้ว และแทนที่ด้วยรอยยิ้มดังเดิม

“น่าเสียดายนะ ไว้เราไปถ่ายรูปใหม่ก็แล้วกัน” เบลซพูดพร้อมยิ้มละมุน

จูเลียตกลืนน้ำลายอย่างหนืดคอ ทำไมเธอถึงรู้สึกกังวลแบบนี้นะ เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย

ลีออนใช้ดวงตาสีแสดมองเพื่อนชายอย่างครุ่นคิด ใบหน้าแสดงถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“ไปกันเถอะ” เบลซไม่พูดอะไรไปมากกว่านี้ เขาเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ

“ลีออน ข้ารู้สึกไม่ดีเลย” จูเลียตพูดขึ้นเบาๆ สีหน้าย่ำแย่

“มันก็แค่เรื่องบังเอิญ อย่าคิดมากเลยน่า” ลีออนพูดปลอบพร้อมลูบหัวหญิงสาวอย่างอ่อนโยน

แต่ทำไม ... ข้าถึงมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเอาซะเลย ลีออนอดไม่ได้ที่จะคิดในใจอย่างเงียบๆ

END Part 1 : To Be continue…


Edited by + Pangtor Girl +, 13 September 2015 - 09:12 PM.


#7

bluewind
  • bluewind
  • คนชงชานมไข่"มุก"
  • Administrators
  • 1741 posts
  • Locationในความฝัน

ม่ายยยยยยยยยยยยย เบลซซซซ ลีออนนนนนนนนนนน ; A ;!!
 
ก่อนหน้านี้เดาๆว่าเบลซคงไม่รอด พออ่านถึงตอนเห็นรอยร้าวบนหน้าลีออน ในใจยังไม่อยากเชื่อ พออ่านจนจบเท่านั้นแหละ... OTL
 
นึกไม่ออกเลยว่าจูเลียตที่เสียเพื่อนรักทั้งสองคนไปจะเสียใจขนาดไหนกัน...
 
***
 

Spoiler

 

หลังจากนี้จะมีตอนต่อไปของแชปพิเศษนี้รึเปล่านะ? หรือไม่มีก็จะรอชมเนื้อเรื่องหลักต่อนะ~  :pika01:


ฟิค Heart Remedy มาแล้วนะ!!

http://www.pkbasic.c...32-heart-remedy

 

Bar-oldpng-1.png

Note - #AA6600


#8

Taiyoumaru
  • Taiyoumaru
  • Blazing Emperor
  • Administrators
  • 1490 posts
  • LocationLibrary

งืออออ ม่ายยยยย :pika12: :pika12: :pika06:

สงสารจูเลียต จู่ ๆ ก็ต้องมาเสียเพื่อนสนิทไปทีเดียวสองคน

 

ปล. แต่งได้ดีขึ้นมากเลยล่ะ







Also tagged with one or more of these keywords: gijinka, drama, romance, fantasy

0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users