...
หลังจากที่จูเลียต เบลซ และลีออนเดินออกมาจากบ้านพักเล็กๆของพวกเขาที่ตั้งอยู่ใน
คินเซทสึ ซิตี้แล้ว พวกเขาก็เดินตรงดิ่งไปยังโปเกโพลิส สเตชั่นทันที เนื่องจากที่นั่นไม่ได้ไกลจาก
บ้านพักของพวกเขาเท่าไหร่นัก เพียง 20 นาทีก็สามารถไปถึงได้โดยไม่ต้องพึ่งแมกเน็ต แมชชีนเลยสักนิดเดียว ระหว่างทางที่เดินนั้นทั้งสามไม่มีใครพูดอะไรเลยซักคำ
ทว่าจู่ๆจูเลียตก็เอ่ยขึ้นมาอย่างแผ่วเบาว่า
“ข้าไม่อยากไปแล้ว”
เบลซกับลีออนที่เดินอยู่ข้างหน้าชะงัก ก่อนที่จะหันหน้ามามองหญิงสาวพร้อมกัน
นัยน์ตาสีอำพันของเธอตอนนี้ดูสั่นไหว
“เบลซ ลีออน เรากลับกันเถอะนะ เดี๋ยวข้าจะบอกฟีแอลเอง” เธอพูด
“ทำไมล่ะ” เบลซเป็นฝ่ายถามอย่างไม่เข้าใจ
จูเลียตนิ่งไป เธอไม่อยากที่จะพูดเรื่องรูปนั่นเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนว่าเบลซจะอ่านใจเธอได้
เขาทำแค่ยิ้มแล้วขำ
“เจ้าขำอะไร” จูเลียตถามหน้านิ่ว
“ก็มันตลกน่ะสิ” เบลซพูดพร้อมยิ้มกว้างกว่าเดิม “เจ้าเป็นห่วงเรื่องรูปนั่นน่ะหรอ ฮ่าๆ
มันก็แค่เรื่องบังเอิญ อย่าบอกนะว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้เจ้าหวั่นไหวได้น่ะ แม่จูเลียตผู้เข้มแข็ง”
เขากล่าว จากนั้นก็ยื่นมือมายีผมสีเขียวของจูเลียตจนยุ่ง
“พอแล้วน่าเบลซ !” จูเลียตปล่อยหัวเราะออกมาพร้อมเอามือเรียวไปจับข้อมือของเพื่อนชาย
เพื่อหยุดเอาไว้แต่ดูเหมือนเบลซจะไม่ยอมง่ายๆ เขาเอามือหนายีผมยาวจนยุ่งกว่าเดิม
ลีออนมองเพื่อนสองคนที่หยอกล้อกันด้วยสีหน้าโล่งใจ เหมือนเบลซกับจูเลียตเองก็ไม่ได้
คิดอะไรแฮะ นึกคิดตรงนี้ลีออนก็ยิ้มบางๆออกมา เขาเงยหน้ามองท้องฟ้ายามบ่าย
แต่ทว่า ในนัยน์ตาสีแสดนั้นกลับมีบางอย่างซ่อนอยู่ ...
เหมือนจะไม่มีใครสังเกตเห็นสินะ
ว่ารูปภาพนั่น ... ก็มีรอยร้าวตรงหน้าเขาเหมือนกัน
ลีออนละสายตาจากท้องฟ้าคราม ก่อนจะก้าวเดินตามเพื่อนทั้งสองไป
...
“แผนจะเป็นแบบนี้นะครับ” ฟีแอลในชุดเครื่องแบบเต็มยศสีขาวสะอาดที่มียศตราประดับ
เต็มเสื้อยืนอยู่กับรุ่นพี่ทั้งสามพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก แววตาเย็นสุขุม ในมือของเขาถือแผนที่
แบบคร่าวๆเอาไว้ด้วย ข้างกายของเขามีผู้หญิงร่างบางอยู่คนหนึ่ง มัดผมมวยสูงผูกโบอันใหญ่เรียบร้อย สวมเครื่องแบบของผู้หญิงสีฟ้าอ่อน ดวงตากลมโตสีม่วงสุกใสมองชายผู้เป็นนาย
ข้างกาย ในอ้อมแขนเต็มไปด้วยเอกสารและรูปภาพต่างๆ คาดว่าน่าจะเป็นเลขานุการของฟีแอล
“สายสืบของเราได้ให้ข้อมูลมาว่า ระหว่างทางเดินไปเมืองฟูเอ็น ทาวน์ จะมีถ้ำถูกซ่อนไว้ใน
ที่ราบวังเวงแห่งหนึ่งใกล้ๆทะเลทราย คาดว่าเป็นฐานทัพที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่”
เขาพูดพลางชี้นิ้วไปยังแผนที่ที่มีวงกลมสีแดงล้อมรอบ รุ่นพี่พยักหน้า
“หลังจากนั้น รุ่นพี่สามคนก็บุกฝ่าเข้าไปเลยครับ ในถ้ำจะมีห้องควบคุมอยู่
เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดและอยู่ลึกที่สุด หน้าตาเป็นแบบนี้” ชายหนุ่มผมเขียวหยิบรูปภาพจาก
ร่างบางข้างกาย แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะตอบรับอย่างสุภาพ
“ขอบคุณครับ เอเมลี่”
เจ้าของชื่อยิ้มรับอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะจัดแจงเตรียมเอกสารในอ้อมแขนต่อไป
ในมือของฝีแอลเป็นรูปห้องควบคุมขนาดใหญ่ มีแป้นพิมพ์และปุ่มต่างๆมามากจนตาลาย
หน้าจอใหญ่ยักษ์หลายอันตั้งอยู่เหนือแป้นพิมพ์เหล่านั้น ให้ความรู้สึกถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย
รุ่นพี่ทั้งสามก็พยักหน้ารับอีกที
“แล้วไงต่อ?” ลีออนถามกระชับ
ฟีแอลยื่นแมชชีนอันเล็กๆให้จูเลียตสี่อัน มีสีเหลือง ฟ้า เขียว แดง ตามลำดับเล็กไปใหญ่
เขากล่าวต่อว่า
“แมชชีนพวกนี้คือระเบิดเวลา หากรุ่นพี่เข้าถึงปากถ้ำแล้ว มันจะมีประตูเหล็กกั้นอยู่ ให้ทำลายเข้าไป จากนั้นติดระเบิดทุกๆ 5 เมตรจนครบสามอันนะครับ เริ่มจากสีเหลืองที่เล็กที่สุดก่อน
แล้วตามด้วยสีฟ้าและเขียว ส่วนสีแดงให้เข้าไปติดที่ห้องควบคุม ระเบิดอันนี้จะมีอานุภาพร้ายแรงที่สุด ถ้าติดระเบิดแล้ว ให้ออกมาทันทีเลยนะครับ” ฟีแอลเน้นย้ำ
คำว่า ‘ทันที’ อย่างชัดเจน “ระเบิดสีเหลืองจะตั้งเวลาไว้ที่ 30 นาที สีฟ้าจะตั้งไว้ที่ 20 นาที
สีเขียวจะตั้งไว้ที่ 10 นาทีหมายความว่ารุ่นพี่ต้องทำเวลาติดระเบิดให้ประจวบเหมาะพร้อมกัน
ให้ได้ รุ่นพี่มีเวลาติดระเบิดอันใหม่ภายใน 10 นาทีที่ห่างกันเท่านั้นนะครับ ถ้าสายไปกว่านี้
จะแย่เอา... แล้วอย่าลืม ติดระเบิดสีแดงเสร็จให้รีบออกมาเลยนะครับ”
“รู้แล้วล่ะน่า ย้ำซะจริง” ลีออนบ่นงึมงำ ทำเอาฟีแอลได้แต่ยิ้มแหยๆ ไม่ถือสาคำพูดของรุ่นพี่
เลยแม้แต่น้อย
“กองกำลังของผมจะรออยู่ด้านนอก คอยจัดการลูกน้องที่หลุดรอดออกมาไม่ให้เหลือ...”
เขาเอ่ยแล้วเว้นช่วงนิดหนึ่ง
“ระวังตัวด้วยนะครับ”
“ไว้ใจพวกเราเถอะ” จูเลียตยิ้มพร้อมตบบ่ารุ่นน้องเบาๆ ฟีแอลพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มละไม
“ผมขอตัวไปจัดการเรื่องกองกำลังต่อก่อนนะครับ” ชายหนุ่มน้อมตัวเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปเคียงข้างเอมิลี่
จูเลียตหันไปมองเพื่อนชายทั้งสองด้วยแววตาลึกซึ้ง นัยน์ตาสีอำพันนั้นเปล่งประกายถึง
ความมุ่งมั่น
“เบลซ ลีออน พวกเราต้องผ่านพ้นมันไปให้ได้ ... ด้วยกันนะ”
ชายหนุ่มทั้งสองพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงตอบรับ
นัยน์ตาสีแสดส้มและสีน้ำเงินเปล่งประกายไม่แพ้กัน
...
ตรงหน้าของทั้งสามคือปากถ้ำที่ซ่อนอยู่ในที่ลับตา ปากถ้ำนั้นกว้างพอสมควร
และมีประตูเหล็กกั้นอยู่
เพื่อนทั้งสามคนมองหน้ากัน ไม่ต้องเอื้อนเอ่ย ก็สามารถเข้าใจกันได้ ... จูเลียตกำแมชชีนในมือแน่น
“ลุย !!!”
โครม !
เบลซยกขาเรียวยาวขึ้นทันที ฝ่าเท้าของเขามีแสงสีขาวคลุมไปทั่วดูแสบตา ชายหนุ่มตวัดขาถีบ
ไปที่ประตูเหล็กอย่างแรงจนมันบุบยู่ยี่ แต่ก็ไม่พอเท่านั้น เขายกขาข้างที่เหลือเหวี่ยงตัวขึ้นไปในอากาศและถีบอย่างแรงอีกทีจนประตูเหล็กพังทลาย
ลีออนพุ่งตัวเข้าไปแถบจะทันทีเมื่อประตูเหล็กพัง น้ำโคลนจำนวนมากพุ่งออกมาจากฝ่ามือทั้งสองข้าง ด้วยความรวดเร็ว
จูเลียตก็กระหน่ำเหวี่ยงลีฟเบลดใส่พวกลูกน้องหมาป่าที่ไม่ทันตั้งตัว เพียงครู่เดียวระเบิดสีเหลืองก็ถูกฝังไว้ในผนังถ้ำ
เวลาของมันเริ่มนับถอยหลังจาก 30 นาทีทันที ...
ทั้งสามสีเริงระบำอีกคราท่ามกลางฝูงหมาป่ามากมายนับไม่ถ้วน เมื่อสีแดงโจมตีเสร็จ สีฟ้าก็ไม่อยู่นิ่ง โจมตีกระหน่ำอย่างต่อเนื่อง สีเขียวพุ่งเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็วพร้อมฝังระเบิดไว้ข้าง
ผนังถ้ำอย่างฉับไว เหตุการณ์ที่แสนราบรื่นและน่าตื่นเต้นดำเนินมาถึงช่วงสุดท้าย
ช่วงที่จูเลียตฝังระเบิดสีเขียวลงในผนังถ้ำและมาถึงห้องสุดท้าย !
ห้องควบคุม ...
เบลซทำการถีบประตูเหล็กนั่นอีกครั้งเหมือนกับที่ทำตอนเข้ามาในฐานครั้งแรก
น่าเสียดายที่ประตูเหล็กแข็งแกร่งนั้นดูบอบบางซะเหลือเกินเมื่อมาเทียบกับชายหนุ่มร่างสูง
ที่ถีบมันออกอย่างเรียบง่ายและไม่ไยดี
ภายในห้องนั้นมืดมิดและดูอับเหมือนอุณหภูมิในห้องจะเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อทั้งสามเดินเข้าไปห้องควบคุมจะเป็นห้องขนาดใหญ่ เป็นศูนย์กลางของฐานทัพ เมื่อก้าวเข้ามาด้านหน้าจะเป็นจอขนาดใหญ่ที่ถ่ายทอดภาพจากกล้องวงจร แผงควบคุมทอดยาว มีปุ่มหลากหลายน่าสับสน เก้าอี้หลายตัววางเรียงกัน
ภายในห้องมืดสนิทเพราะหลอดไฟแตกจากแรงกระแทกด้านนอก
จูเลียตขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะให้แขนยาวกั้นเพื่อนทั้งสองไว้ไม่ให้เข้าไป ส่วนตัวเธอนั้นตรงดิ่งไปยังกลางห้องทันที ในมือที่กำแมชชีนสีแดงแน่นสั่นระริก ทำไมเธอถึงสั่นกันล่ะ? จูเลียตแปลกใจ จู่ๆใบหน้าน่าหวาดผวาก็พุ่งเข้าใส่หญิงสาว
แบบไม่ทันตั้งตัวทำเอาเธอสะดุ้งเฮือกและทรุดลงไปนั่งกับพื้น
“จูเลียต !” ลีออนและเบลซตะโกนขึ้นพร้อมกัน
ทว่าก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในห้องนี้ ทั้งสองก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาแบบกะทันหัน ในหัวของพวกเขากำลังหมุนเป็นวงกลม
ทุกอย่างดูกลับตาลปัตรไปหมด ทำให้เบลซและลีออนเซไปเล็กน้อย
เบลซเริ่มวิเคราะห์ทันที ในห้องนี้มีคนอยู่ ! เป็นไปได้ยังไงกัน ฟีแอลไม่เห็นเคยบอกเรื่องนี้มาก่อนนี่นา ... เขาสะบัดความคิดนั้นทิ้ง ไม่สิ เป็นไปได้อยู่แล้วที่จะมีคนอยู่ในห้องนี้ แต่ว่าสถานการณ์แบบนี้ถ้าเป็นคนปกติก็ต้องออกไปดูเหตุการณ์ข้างนอกสิ ... ช่างเถอะ ! ท่าเมื่อกี้นี้มันคือท่า
‘หน้าสยองขวัญ’ ที่จูเลียตโดนไป ส่วนที่เราโดนก็คือท่า ‘ยั่วโมโห’ งั้นหรอ ? ใครกัน ...
“อืม ใครกันนะที่จะทำแบบนี้ เป็นคำถามที่ดีเหมือนกัน” เสียงหนึ่งกล่าวขึ้นขัดความคิดของเบลซ ทั้งสมาชิกทั้งสามเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงปริศนาทันที
ชายหนุ่มร่างสูงเดินออกมาจากมุมมืดอับด้านหนึ่ง เนื่องจากมุมนั้นเป็นมุมที่มืดที่สุดและอับที่สุดจนแทบไม่อยู่ในสายตา
ผมยาวยุ่งเหยิงสีดำขลับของชายหนุ่มและเสื้อผ้าโทนเทาดำก็กลืนไปกับความมืดเป็นอย่างดี ดวงตาสีเลือดหมูจ้องมองผู้มาเยือนด้วยแววตาเหยียดหยาม มุมปากขยับยิ้มเหยียดชวนโมโห
ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของสมาชิกเดอะโฮปไม่ใช่ดวงตาสีแดงหรือรอยยิ้มกวนประสาท แต่เป็น...
“ผ้าผูกคอสีแดง ... สัญลักษณ์นั่น ... หนึ่งในสามของหัวหน้าแก๊งแมกม่า !” ลีออนเบิกตากว้างและโพล่งออกมา
“หืม รู้ด้วยหรอเนี่ย นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง” ชายหนุ่มผมดำแกล้งน้อมตัวลงรับ อากัปกิริยากวนประสาทของเขาทำเอาอารมณ์ของทั้งสามคนเริ่มเดือด
“ข้ามีนามว่า ‘รูดอล์ฟ’ รูดอล์ฟ เดอะ กราเอาน่า หมาป่าผู้เลื่องชื่อ และเป็นสมุนฝ่ายขวาของ
แก๊งแมกม่า” รูดอล์ฟเอ่ยปากพูดด้วยรอยยิ้ม
“แกจะชื่ออะไรก็ช่างเหอะ ข้าไม่คิดจะจำอยู่แล้วล่ะ” ลีออนพูดพร้อมตั้งท่าสู้ ทั้งๆที่อาการเวียนหัวยังไม่หายดีนัก
“สมกับเป็นลีออนแห่งกลุ่มเดอะโฮปจริงๆ เลือดร้อนเหมือนอย่างที่บอสว่า ... อืม ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็คงจะเป็นจูเลียต แล้วเจ้าก็เป็นเบลซสินะ” ชายหนุ่มผมดำพูดอย่างไม่แยแส
เขายักไหล่ก่อนจะพูดต่อว่า “ช่างเหอะ บทสนทนาควรจะจบได้แล้วล่ะนะ” รูดอล์ฟยกข้อมือซ้ายขึ้นมาดูนาฬิกา
จูเลียตสะดุ้งเฮือก ระเบิดเวลา ! แย่แล้ว !!
หญิงสาวลุกขึ้นแล้วพุ่งไปยังผนังถ้ำเพื่อจะฝังระเบิดลงไปทันที ทว่ากรงเล็บหมาป่าสีดำทะมึนก็ขวางเธอเอาไว้พร้อมกับ
ฉวยสิ่งในมือไปอย่างรวดเร็ว จูเลียตเบิกตากว้าง “ท่าขโมย!”
“เล่นระเบิดมันน่ากลัวนะ อย่าเลยดีกว่าน่า” รูดอล์ฟยักคิ้วแล้วยิ้มน้อยๆ
บ้าเอ๊ย ! ถ้ายังเสียเวลาอยู่อย่างนี้ ระเบิดข้างนอกก็จะ ... จูเลียตเผลอกลั้นหายใจ ไม่สิ ใจเย็นๆก่อนจูเลียต เธอต้องทำได้ ! เราทำเวลาเร็วกว่ากำหนด เพราะฉะนั้นเรามีเวลาพอที่จะจัดการหมอนี่ !
“มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะครับคุณผู้หญิง” หนุ่มหมาป่ากล่าวราวกับอ่านใจเธอได้
นัยน์ตาสีเลือดหมูฉายแววประหลาด
“แต่ก็อย่างว่าแหละ สามรุมหนึ่งมันไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่แฮะ เพราะงั้น ... ขอเล่นสกปรกหน่อยแล้วกันนะ”
ว่าแล้ว รูดอล์ฟก็ปาระเบิดสีแดงทิ้งไป ก่อนจะควักอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงและปาลงพื้นทันที !!
ฟู่ว !!!
ควันสีขาวฟุ้งกระจายออกมา เพียงครู่เดียวหมอกหนาสีขาวก็ปกคลุมห้องมืดทั้งหมด จูเลียตสบถออกมา “บ้าจริง !”
“หึๆๆ...” มีเพียงเสียงหัวเราะทุ้มดังกังวานในห้องใหญ่นี้ที่ตอบกลับมาเท่านั้น จูเลียตรู้สึกเหมือนตาบอดเพราะเห็นเพียงสีขาว ตอนนี้ทั้งสามคนหลงกันอยู่ เบลซและลีออนที่หลุดจากอาการ
เวียนหัวต่างก็ตั้งท่าขึ้นมาเพื่อรับมือทันที
ฉลัวะ !
จู่ๆเสียงดาบฟันเข้ากับเนื้อก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของลีออน “อ๊ากกก !!”
“ลีออน !”
เบลซกับจูเลียตตะโกนขึ้นพร้อมกันขัดกับเสียงร้องของลีออน เลือดสีแดงฉานค่อยๆเปรอะพื้นห้องอันเย็นเยียบโดยที่ไม่สามารถรู้ได้ว่าเจ้าของเลือดอยู่ไหน ทั้งเบลซและจูเลียตเองก็ร้อนใจเหมือนมีไฟกำลังเผาไหม้หัวใจของพวกเขาอยู่
เบลซทนไม่ไหว ตอนนี้ข้อมือทั้งสองของชายหนุ่มมีเพลิงสีแสดลุกรอบ เขาตวัดหมัดไปมั่วๆจนหมอกสีขาวหายไปบางส่วน
ถึงแม้วิธีการนี้จะเสี่ยงต่อการทำให้มนุษย์หมาป่ารู้ที่อยู่ของเขา แต่อย่างน้อยก็แค่โดนฟันไม่กี่ทหรอก เบลซคิดเช่นนั้น
จูเลียตเองก็ไม่ได้อยู่นิ่ง เธอคลำหาแมชชีนสีแดงที่รูดอล์ฟปาทิ้งไปเพื่อนำไปติดกับพนัง เธอรู้สึกเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร
เพราะหมอกขาวเต็มไปทั่วทำให้มองไม่ชัด บวกกับความที่แมชชีนอันเล็กกระจิดริดทำเอาหญิงสาวอยากจะร้องบ่นออกมาดังๆ ทว่าเหมือนฟ้าประทาน เพียงครู่เดียวจูเลียตก็หาแมชชีนเจอ
จนได้ เธอรีบนำไปติดพนังถ้ำอย่างไม่รีรอ จากนั้นก็เดินถอยหลังเว้นระยะห่างออกมา เวลาในระเบิดเริ่มนับถอยหลัง ...
4:59
เหลือเวลาแค่ห้านาทีงั้นหรอ ! จูเลียตแทบอ้าปากค้าง ห้านาทีเธอทำได้แค่วิ่งออกจากถ้ำได้เท่านั้นเองนะ !
ถ้าติดระเบิดแล้ว ให้ออกมาทันทีเลยนะครับ จู่ๆคำพูดของฟีแอลก็ผุดขึ้นมาในหัวทำเอาจูเลียต
ตัวชาวาบ
“เบลซ ลีออน กลับ !!” จูเลียตตะโกนขึ้นอย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ต้องเอาตัวรอดไว้ก่อน และแน่นอนว่าเพื่อนของเธอจะต้องออกไปด้วยเช่นกัน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบ
ทำให้จูเลียตเกิดหวั่นใจ
“เบลซ ! ลีออน !” เธอเรียกอีกครั้ง
ตุ้บ !
ทันใดนั้นเอง ร่างของชายหนุ่มผมฟ้าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของหญิงสาว ลีออนล้มลงกับพื้นโดยที่กลางหลังมีบาดแผลเหวอะหวะจากการถูกฟัน เลือดสีแดงไหลรินออกมาเยอะจนน่าตกใจ
จูเลียตหน้าซีด ตัวแข็งทื่อ
“ข้าไม่เป็นไร ... หนีไปซะจูเลียต เดี๋ยวข้าตามออกไป” ลีออนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“ไม่เป็นไรอะไรเล่า ! ละ ... เลือดเจ้าเยอะขนาดนี้ ...” จูเลียตพยายามปลอบตัวเองว่าเพื่อนชายตรงหน้าคงไม่เป็นไร
แต่น้ำเสียงของเธอกลับสั่นเครือ กลิ่นเลือดลอยเตะจมูกอย่างรุนแรงจนเธอไม่อาจละเลยมันได้
ลีออนทำได้แค่ยิ้มบางบนพื้น เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับดวงตาสีอำพันสีกำลังหม่นหมอง “ไปเถอะจูเลียต ข้าขอร้อง”
“ไม่ !” หญิงสาวปฏิเสธเสียงแข็ง เธอส่ายหน้าแรงจนผมยาวพลิ้วไหว ทันใดนั้นเอง ลีออนก็รู้สึกถึงเงาดำที่ไหววูบด้านหลัง
ของจูเลียต นัยน์ตาสีแสดเบิกขึ้น ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เงาดำก็พุ่งเข้ามาใกล้แล้ว
“จูเลียต ระวัง ...”
ฉึก !
4:30
เลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนใบหน้าของจูเลียตและลีออน ชุดสีเขียวของหญิงสาวชโลมเต็มไปด้วยเลือด ลีออนที่นอนราบ
บนพื้นทำได้แต่แข็งทื่อ ไม่อาจช่วยอะไรได้ ... ใบหน้าของทั้งสองตกตะลึงราวกับไม่เชื่อเหตุการณ์ตรงหน้า
จูเลียตน้ำตาคลออย่างห้ามไม่อยู่ เธอพูดเสียงแผ่วเบาว่า “...เบลซ?”
ตรงหน้าของจูเลียตและลีออน คือชายหนุ่มร่างสูงผู้สวมผ้าพันคอที่แสนคุ้นเคย
จูเลียตและลีออนมองเพื่อนตรงหน้าที่กำลังหันหลังให้ด้วยความตกตะลึง
เลือดสีแดงคล้ำสาดกระเซ็นทั่วพื้นถ้ำอันเย็นเยียบ มนุษย์หมาป่ามองดูภาพด้านหน้าตัวเองอย่างพึงพอใจ มุมปากขยับ
เหยียดยิ้ม ในมือถือดาบคาตะนะแน่นยิ่งกว่าเดิมและเสียบปลายดาบให้แทงทะลุอกลึกยิ่งขึ้น เบลซไม่ได้มีท่าทีตกใจแต่
อย่างใด เขาเพียงแค่กระอักเลือดและปล่อยยิ้มบางออกมา
ครั้นชายหนุ่มผมดำจะชักดาบออก แต่ทว่าเขาทำไม่ได้ เพราะดาบถูกยึดตรึงไว้ด้วยมือหนาของเจ้าตัวที่ถูกแทง
เบลซไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยที่มือทั้งสองจะมีเลือดไหลออกมาเพราะจับดาบไว้ ชายหนุ่มยิ้มอีกทีทั้งที่เลือดกบปาก
“ไม่ยอมให้หนีหรอกน่า”
จูเลียตพุ่งด้วยไปด้านหน้า ใบไม้เรียวยาวข้างข้อมือเรืองแสงพร้อมกับเปลี่ยนไปคล้ายดาบคม ใบไม้นั้นถูกตวัดไปอย่าง
รวดเร็วเพื่อหวังจะทำร้ายคนตรงหน้า ทว่ามนุษย์หมาป่ารู้ตัวก่อนจึงเบี่ยงตัวหลบไปด้านหลัง แต่ก็ไม่พ้นอยู่ดี
นั่นเป็นเหตุที่ให้ดวงตาสีเลือดหมูด้านขวาของเขาถูกบาดเป็นทางยาว
“อ๊ากกก! “เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของชายหนุ่มผมดำดังกังวานไปทั่วห้องกว้าง
4:00
แม้ว่าชายหนุ่มจะใช้มือทั้งสองกุมดวงตาข้างขวาไว้แต่ก็มิอาจห้ามเลือดได้ เลือดสีแดงฉานไหลออกมาตามร่องนิ้ว
เขากัดฟันกรอดเพื่อจะระงับความเจ็บปวด จังหวะที่มนุษย์หมาป่าโซเซไปด้านหลัง เบลซก็ทำการดึงดาบที่คาอยู่กลางอก
ออกและขว้างทิ้ง เขาพยายามสู้ต่อแต่เหมือนร่างกายจะไม่ฟังคำสั่ง ทำให้ชายหนุ่มล้มลง
ลีออนยันตัวขึ้นมารับร่างของเพื่อนชายไว้ ทว่าแผลกลางหลังก็สำแดงฤทธิ์ออกมาทำให้เขาไม่อาจลุกขึ้นไปสู้ได้เช่นกัน
จูเลียตมองสภาพเพื่อนทั้งสองด้วยนัยน์ตาสีน้ำพันหม่น ดวงตานั้นประดับหยาดน้ำตาใสที่ไหลรินลงข้างแก้มขาว
หญิงสาวกำมือแน่น แน่นจะจนเห็นเส้นเลือด เธอวิ่งไปหาชายหนุ่มผมดำและกระแทกเขาอย่างแรงจนมนุษย์หมาป่า
กระเด็นไปกระแทกกับแผงควบคุม เสียงปี๊บดังขึ้น ตามมาด้วยประกายไฟสีแสบตา ทำให้รู้ว่าแผงควบคุมใช้ไม่ได้อีกต่อไป
รูดอล์ฟที่ถูกกระแทกกับแผงควบคุมกระอักเลือดออกมา ปากขยับพูดด้วยเสียงแหบพร่าว่า
“แค้นนี้ ... ต้องชำระ ...”
พูดจบ ชายหนุ่มผมดำก็วิ่งออกไปยังทางออกทันที ปล่อยให้สมาชิกเดอะโฮปยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางห้องกว้างที่ไร้หมอกควัน
ตอนแรกจูเลียตคิดจะตามไป ทว่าเสียงทุ้มดึงเธอไว้ก่อน
“จูเลียต ...”
เสียงของเบลซทำให้หญิงสาวหยุดชะงักพร้อมกลืนน้ำลายลงอย่างฝืดคอ เธอไม่อยากหันกลับไปมอง ... ไม่อยากมอง
ร่างเพื่อนของด้วยเองที่ชโลมไปด้วยเลือด
เลือด... ที่ต้นเหตุมาจากเธอ
เสียงไอค่อกแค่กดังขึ้นจนจูเลียตต้องหันกลับไปมอง เธอเห็นดวงตาสีน้ำเงินของเบลซในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันทั้ง
แปลกและสวยงาม เจ้าตัวยิ้มละมุนทั้งที่เลือดท่วมปาก เขานอนราบกับพื้นโดยมีผ้าพันคอที่ขาวเปรอะเลือดอยู่ข้างกาย
ด้านข้างของเบลซก็มีลีออนที่นั่งคุกเข่าอยู่ สภาพของเขาไม่ต่างกัน แผลกลางหลังยังคงมีเลือดไหลรินออกมา เสื้อผ้าขาด
รุ่งริ่งจากการถูกฟัน มุมปากมีเลือดแห้งกรังติดอยู่ ใบหน้าขาวซีดทว่านัยน์ตาสีแสดยังคงส่องประกายขณะมองเพื่อนชาย
ที่นอนนิ่งด้านหน้า เมื่อเห็นเพื่อนทั้งสอง จูเลียตก็น้ำตาไหลยิ่งกว่าเดิม
“ทำไมเรื่องมันต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ” เธอพูดเสียงสั่นเครือ ไหล่บางสั่นสะท้านจากการสะอื้น “ทำไมกัน...ทำไม...”
“อะไร เป็นยังไงหรอ ข้ายังไม่ตายซักหน่อย” เบลซพูดติดตลกพร้อมยิ้มกว้าง แต่เพื่อนทั้งสองกลับไม่ตลกเลยซักนิด
เมื่อได้เพียงความเงียบกลับมา เบลซก็ถอนหายใจแล้วเงยหน้ามองเพดาน ไม่สบตาเพื่อนของเขา
“อืม ข้าคงไม่รอดแล้วล่ะ”
“เจ้าอย่ามาพูดอะไรบ้าๆนะ” จูเลียตโต้กลับแทบทันที “เจ้าต้องรอดอยู่แล้วสิ เบลซ เจ้าต้องกลับไปกับพวกเรานะ
ข้าสัญญาว่า ต่อไปนี้ถ้าข้าจะทำอะไรข้าจะคิดให้ดีๆก่อน ข้าจะไม่พูดก่อนคิดอีกแล้ว ข้าสัญญา เบลซ ! ข้าสัญญา !!”
คำสุดท้ายของจูเลียตดูเหมือนจะหนักแน่น แต่ก็เต็มไปด้วยความหม่นหมอง เธอน้ำตานองหน้าก่อนจะกล่าวต่อว่า
“กลับไปกับพวกเรานะ สัญญาสิ เบลซ”
เบลซนิ่งเงียบไม่ตอบ เขารู้ดีว่า ‘คำสัญญา’ คือสิ่งที่เขาต้องรักษาไว้ให้ได้ ในเมื่อรักษาไม่ได้ แล้วเขาจะตกลงไปเพื่ออะไร
เมื่อเห็นเบลซนิ่งไม่ตอบ จูเลียตก็ร้องไห้หนักกว่าเดิม
“ร้องไห้อีกแล้วนะ เจ้าน่ะ ...อึก” เบลซขยับปากที่แห้งผาก ตอนนี้เขากระอักเลือดออกมาอีกแล้ว “ไหนว่าจะไม่ร้องไห้ให้
ข้าเห็นอีกไง จำไม่ได้หรือ”
“ข้าจำได้” หญิงสาตอบน้ำเสียงสั่นเครือ เธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้แต่ก็ห้ามไม่ได้
3:00
คราวนี้เบลซหันหน้าไปหาลีออนบ้าง นัยน์ตาสีน้ำเงินมองเพื่อนชายของตน “สัญญากับข้าว่าเจ้าจะดูแลปกป้องจูเลียต”
“ข้าสัญญา” ลีออนตอบน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“สัญญากับข้าว่าเจ้าจะต้องดูแลชีวิตตัวเองให้ดีเช่นกัน”
“...ข้าสัญญา” ลีออนยังคงตอบกลับเช่นเดิม
“ดีแล้วล่ะ ขอบคุณเจ้ามาก” เบลซยิ้มดังปกติ ลีออนเม้มปากแน่นก่อนจะพูดติดตลกว่า
“พูดอย่างกับจะสั่งเสียก่อนตาย เจ้าไม่ได้จะตายสักหน่อย”
“อื้อ ข้าไม่ได้จะตาย ลีออน... ข้าแค่ต้องการการพักผ่อน” เบลซตอบนิ่งๆ “แค่เป็นการพักผ่อนที่ยาวนานเหลือเกิน”
น้ำตาใสพลันไหลลงจากนัยน์ตาสีแสดมืดหม่นอย่างเงียบๆ
“ข้าเป็นห่วงพวกเจ้าทั้งสองจริงๆ ชอบทำตัวเป็นเด็กๆ ถ้าข้าไม่อยู่แล้วพวกเจ้าจะดูแลตัวเองได้มั้ยนะ”
เบลซกล่าวขึ้นพร้อมเงยหน้ากลับเช่นเดิม น้ำเสียงที่พูดดูเลื่อนลอยคล้ายกับพูดกับตนเอง
“ข้าจำได้ว่าพวกเจ้าชอบไปก่อเรื่องซะวุ่น จนข้าปวดหัวแทบทุกวัน ตอนนี้ข้าคงไม่ต้องมาแก้ปัญหาให้พวกเจ้าแล้ว ...
ข้าควรจะดีใจรึเปล่านะ” ชายหนุ่มพูดไปเรื่อยเปื่อยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“ข้าไม่เคยเข้าใจคำพูดที่บอกว่า คนกำลังจะตายมักจะนึกถึงเรื่องเก่าๆ ข้าไม่เคยเข้าใจจริงๆจนถึงตอนนี้ ... ข้าเห็น
ข้ารู้สึก ข้านึกถึง ข้าหวนคืนถึงวันเวลาดีๆที่เรามีให้กัน จูเลียต ลีออน ข้าดีใจเหลือเกินที่ข้าได้มาเป็นเพื่อนกับพวกเจ้า”
เบลซยิ้มละมุนอีกคราก่อนที่นัยน์ตาสีน้ำเงินจะเริ่มหม่นลง
2:00
“ลีออน ช่วยหยิบกุญแจในกระเป๋ากางเกงข้าที”
ชายหนุ่มผมฟ้าทำตามอย่างว่าง่าย เขาล้วงมือลงไปในกระเป๋าของกางเกงสีแดง จากนั้นลีออนก็พบกุญแจสามดอก
สีสลักเป็นลวดลายสวยงามและประณีต ดอกหนึ่งสีฟ้าใสคล้ายน้ำแข็ง ดอกหนึ่งสีเทาเข้ม ส่วนอีกดอกหนึ่งเป็นสีน้ำตาล
ทั้งสามดอกต่างก็งดงามไม่แพ้กัน หัวกุญแจมีสัญลักษณ์ประหลาดประทับอยู่
“เก็บไว้กับตัว ... เป็นของที่ระลึกแล้วกันนะ” เบลซพูดทิ้งท้ายแค่นี้ก่อนเว้นระยะพูดประโยคถัดไป
“มีอีกหลายเรื่องที่ข้าอยากทำเหลือเกิน หนึ่งในนั้น ... คือร่วมผจญภัยไปพร้อมกับเพื่อนที่ดีที่สุดของข้า”
จูเลียตกับลีออนมองเบลซไม่วางตา ทำไมพวกเขาถึงรู้สึกใจสั่นแบบนี้นะ เขาเชื่อไม่ใช่หรอว่าเพื่อนคนนี้ต้องรอดออกไป
... ออกไปกับพวกเขา แล้วนี่พวกเขาทำอะไรกันอยู่นะ ในหัวสมองของทั้งสองขาวโพลน สิ่งที่เขารับรู้คือพวกเขาแค่
ต้องการฟังบทพูดของเพื่อนชายอย่างเงียบๆเท่านั้น ...
“ขอบคุณ...ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีให้กัน” จูเลียตเอื้อมมือเรียวไปกุมมือเย็นของชายหนุ่มไว้
“ขอบคุณ...ทุกวันเวลา ทุกช่วงวินาทีที่เราได้ใช้ร่วมกัน” ลีออนเอื้อมมือเปรอะเลือดไปกุมมืออีกข้างของชายหนุ่ม
“ข้าหวังเพียงแค่ว่า พวกเจ้าจะใช้ชีวิตช่วงที่เหลือเผื่อข้า ... เพราะข้าไม่มีโอกาสได้ใช้ช่วงเวลานั้นอีกต่อไป”
เสียงของเบลซแผ่วเบาลงเรื่อยๆตามการหายใจ ดวงตาของเขาปรือลงจนแทบปิด ไม่มีเรี่ยวแรงเหลือพอที่จะพูดอะไรได้
อีกต่อไป ทว่าชายหนุ่มกลับใช้แรงเฮือกสุดท้ายพูดออกมาว่า
“ข้าจะรอ ... รอวันที่เราจะได้ผจญภัยร่วมกัน อยู่บนสรวงสวรรค์”
รอยยิ้มสุดท้ายปรากฏบนใบหน้าคมคายก่อนจะดับหายไปพร้อมกับลมหายใจแผ่วเบาที่หยุดลง จูเลียตและลีออนแทบ
ใจสลายเมื่อเพื่อนชายในอ้อมอกได้แน่นิ่งไปแล้ว ทั้งสองต่างน้ำตานองหน้า ไม่อาจปิดกั้นความรู้สึกได้อีกต่อไป
1:00
ร่างสีฟ้าและสีเขียววิ่งออกไปจากห้องควบคุมอย่างไม่คิดชีวิต
เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับแรงปะทะมหาศาลที่ตามมาไล่หลัง เพดานถ้ำถล่มลงมาทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายพร้อมกับ
มีเศษหินหล่นไปทั่ว เพราะบาดแผลของลีออนทำให้ทั้งสองเคลื่อนที่ช้าไปมาก เมื่อวิ่งผ่านระเบิดสีฟ้ามาเพียงเฉียดฉิว
ระเบิดนั้นก็ระเบิดออกมาแทบจะในทันทีทำเอาสองคนล้มลงคลุกคลานไปตามพื้นเนื่องจากโดนแรงปะทะ
จูเลียตยันตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พยายามดึงเพื่อนชายที่เหลืออยู่วิ่งไปด้วยกันโดยไม่สนหัวที่แตกจนเลือดอาบหรือ
รอยถลอกสีแดงตามตัวเลยสักนิด
“เร็วเข้าลีออน ! เหลืออีกแค่นิดเดียว ถ้าผ่านระเบิดสีเหลืองไปได้ เราก็จะรอดไปด้วยกัน”
“ไม่” จู่ๆชายหนุ่มก็พูดแทรกขึ้น ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มแปลกๆ เป็นรอยยิ้มที่สวย แต่ก็ดูเศร้าเหลือเกิน
“มีเพียงคนเดียวที่จะรอดไปได้ต่างหากล่ะ จูเลียต”
จูเลียตเบิกตากว้าง ยังไม่ทันที่จะเอ่ยปากพูดอะไร ร่างบางของหญิงสาวก็ปลิวไปไกลด้วยน้ำโคลนไหลเชี่ยวที่ออกมา
จากฝ่ามือของลีออน เขาใช้แรงทั้งหมดดันสายน้ำนั้นให้พัดพาเพื่อนสาวไปไกลพพอที่จะรอดจากแรงระเบิดสุดท้าย
ในมืออีกข้างกำกุญแจสีน้ำตาลแน่น ก่อนจะล้มตัวลงนอนแน่นิ่งกับพื้น
จากนั้นระเบิดสีฟ้าก็ดังขึ้นพอๆกับระเบิดสีเหลืองพอดี
ประจวบเหมาะกับร่างจูเลียตที่กระเด็นออกมาจากถ้ำและไถลไปไกลจนไม่ได้รับแรงระเบิด
การซัดนั้นทำให้หญิงสาวสติพร่าเลือน ในมือยังคงกำกุญแจสีฟ้าแน่น ดวงตาสีอำพันยังคงมีรอยคราบน้ำตา
เธอสลบไสลไปนาน ก่อนที่จะตื่นมารับรู้ความจริงที่ว่า
เพื่อนทั้งสองของเธอ ได้จากเธอไปตลอดกาล
END Part 2 : Tears of the End
Edited by + Pangtor Girl +, 11 September 2015 - 11:04 PM.