สหรัฐอเมริกา
F-22A Raptor
เครื่องบินรบรุ่นล่าสุดของกองทัพอากาศสหรัฐฯ มีความสามารถ Stealth ด้วยรูปทรงที่มีหลายเหลี่ยมและฉาบด้วยสีดูดซับการสะท้อนเรด้าห์ ทำให้มันอยู่ในสภาพสะท้อนเรด้าห์ต่ำ และลดหน้าตัดลงเหลือเพียง 0.25 จึงทำให้มันถูกตรวจจับทางเรด้าห์ได้ยาก อีกทั้งยังเก็บอาวุธทั้งหมดไว้ในตัวเครื่อง โดยมีประตูเปิด/ปิด สำหรับทำการโจมตี ทำให้มันสามารถรักษาสภาพกึ่งล่องหนเอาไว้
อีกทั้งยังมีความสามารถในการรบหลากหลายรูปแบบ ทั้งการการจู่โจมภาคพื้น การประจัญบานกับอากาศยานรบของข้าศึก หรือโจมตีด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งการสอดแนมข้าศึก F-22 เป็นหนึ่งในเครื่องิบนรบที่มีเรด้าห์ไฮเทคที่สุดในโลก สามารถตรวจจับเป้าหมายขนาดหน้าตัด 1 ตร.ม. ได้ที่ระยะ 200-240 กม. เกิดจากการพัฒนาร่วมกันระหว่างบริษัท Lockheed Martin Aeronautics และ Boeing Integrated Defense Systems ปัจจุบันมีราคาตกอยู่ที่เครื่องละ 142.6 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ และประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐจำนวน 187 เครื่อง
F-35A Lightning II

เครื่องบินรบรุ่นล่าสุดที่กองทัพอากาศสหรัฐฯ ต้องการให้เข้าประจำการภายในปี 2016 เป็นเครื่องบินรบที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับ F-22 แต่ด้อยกว่าทางด้านหน้าตัดเรด้าห์ที่มีขนาดใหญ่กว่า ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไอพ่นเดี่ยว และมีความสามารถในการขึ้น-ลง แนวดิ่งแบบเฮลิคอปเตอร์ ถูกพัฒนาโดย Lockheed Martin, Northrop Grumman และ BAE Systems ในโครงการ JSF มีราคาเครื่องละ 83 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ คาดว่าในอนาคตจะมีหลายประเทศที่ทำการสั่งซื้อพวกมันเข้าประจำการ ร่วมทั้งกองทัพอากาศไทยด้วยเช่นกัน
MQ-9 Reaper

ถ้าใครได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง A-team คงร้องอ๋อไปตามๆกัน MQ-9 เป็นเครื่องบินรบ แบบ UCAV หรือก็คือเครื่องบินรบแบบไร้คนขับที่ถูกใช้งานเป็นรุ่นที่ 2 ถูกพัฒนาต่อจาก MQ-1 Predator ถูกออกแบบโดยบริษัท General Atomics Aeronautical Systems ขนาดของมันเทียบเท่ากับเครื่องบินโดยสารขนาดเล็ก ทำงานด้วยเครื่องยนต์ใบพัด มีความสามารถในการโจมตีทั้งจากอากาศสู่อากาศและอากาศสู่พื้น สามารถบรรจุจรวดแบบ Hellfire ได้ 14 ลูก ราคาตกอยู่ที่เครื่องละ 10.5 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ
จีน
Chengdu J-10

เครื่องบินรบรุ่นล่าสุดของกองทัพอากาศจีน มีความสามารถในการปฏิบัติการในทุกสภาพอากาศ มีฉายาว่า Vigorous Dragon ในตอนแรกถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้าย MIG-MFI ของรัสเซีย แต่ตอนหลังถูกออกแบบใหม่ให้เหมือน F-16 แทน พัฒนาโดย Chengdu Aircraft Industry Corporation ราคาต้นทุนเครื่องละ 28 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ
Shenyang J-11

เครื่องบินรบรุ่นล่าสุดของกองทัพอากาศจีน ถูกสร้างขึ้นโดยลอกแบบมาจาก Su-27 ของรัสเซีย มีความสามารถในการปฏิบัติการในทุกสภาพอากาศ ถูกนาโต้ตั้งชื่อเรียกว่า Flanker B+ ถูกพัฒนาโดยบริษัท Shenyang Aircraft Corporation ราคาไม่ทราบแน่ชัด
รัสเซีย
Mikoyan MIG-35 Fulcrum-F

เครื่องบินรบตระกูล MIG ในยุค 4.5 รุ่นล่าสุด ถูกพัฒนาจาก MIG-29M/M2 และ MIG-29K/KUB ใช้เรด้าห์แบบ AESA ทำให้ติดต่อภาคพื้นดินได้อย่างสะดวก และตรวจจับเป้าหมายทางอากาศได้ในระยะ 160 กม. ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นพัฒนาต่อ
Sukhoi Su-35BM Flanker-E

เครื่องบินรบตระกูล Su ที่ถูกพัฒนาต่อจาก Su-35 เป็นเครื่องบินรบขนาดหนัก ปฏิบัติการระยะไกล ออกแบบให้ระบบแสดงผล LCD ได้ดีขึ้น และสามารถ Datalink กับดาวเทียมได้ กองทัพอากาศรัสเซียได้สั่งซื้อเข้าประจำการจำนวน 48 เครื่องในปี 2015 ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นพัฒนา
Sukhoi Su-37 Flanker-F

เครื่องบินรบตระกูล Su ขั้นทดสอบ ถูกพัฒนาต่อจาก Su-35 ให้มีความสามารถในการควบคุมแรงขับมากขึ้น ปัจจุบันไม่มีทีท่าว่าจะนำเข้าสู่สายการผลิตแต่อย่างใด
Sukhoi Su-47 Berkut (Golgen Eagle) Firkin

เครื่องบินรบตร ะกูล Su ขั้นทดสอบ พัฒนาจาก Su-35 โดยมีปีกยื่นไปทางด้านหน้าและใช้ปีกเล็ก ในการควบคุมแทน มีความสามารถในการควบคุมแรงขับสูง และสามารถทนแรง 9g ได้นานยิ่งขึ้น ปัจจุบันไม่มีทีท่าว่าจะพัฒนาต่อแต่อย่างใด
Sukhoi T-50(Su-50) PAK-FA

เครื่องบินรบตระกูล Su ขั้นทดสอบ ถูกสร้างขึ้นเพื่อชิงความเป็นหนึ่งทางด้านเครื่องบินรบยุคใหม่กับอเมริกา โดยถูกสร้างให้มีความสามารถ Stealth ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นทดสอบ ราคาโดยประมาณเครื่องละ 100 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ
ฝรั่งเศส
Dassault Rafale

เครื่องบินรบยุค 4.5 ถูกพัฒนาโดย Dassault Aviation มีลักษณะตัวเครื่องเป็นปีกฐานสามเหลี่ยม และปีกเล็กด้านหน้า ขับเคลื่อนสองเครื่องยนต์ ถูกออกแบบสำหรับลงจอดได้ทั้งฐานทัพอากาศและเรือบรรทุกเครื่องบิน ตัวเครื่องถูกออกแบบให้ลดการสะท้อนเรด้าห์ลง ทำให้มันมีความสามารถ Semi-Stealth ปัจจุบันกำลังพัฒนาระบบสั่งการด้วยเสียง ราคาเครื่องละ 82-90 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ
อังกฤษ, เยอรมนี, อิตาลี่, สเปน
EF-2000 Eurofighter Typhoon
เครื่องบินรบแบบ Typhoon เป็นเครื่องบินปีกสามเหลี่ยมพร้อมปีกเล็กมีลักษณะใกล้เคียงกับ Rafale ได้รับความร่วมมือจากหลายชาติในการออกแบบ สร้างขึ้นโดย Alenia Aeronautica, BAE Systems และ EADS โดยส่งผ่าน Eurofighter GmbH มีระบบสั่งการด้วยเสียงกว่า 26 คำสั่ง และมีชุดป้องกันแรง G แบบพิเศษที่สามารถทนแรงได้ถึง 9g ตัวเครื่องใช้วัตถุลดการสะท้อนเรด้าห์ ลูกค้าหลักคือ อังกฤษและเยอรมนี ราคาเครื่องละ 90 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ
สวีเดน
Jas-39 Gripen, Gripen NG

เครื่องบินรบยุค 4.5 ของกองทัพอากาศสวีเดน ถูกออกแบบโดยบริษัท Saab เป็นหนึ่งในเครื่องบินรบในยุค 4.5 ที่ขึ้นชื่อว่าคุ้มค่าที่สุด มีระบบ Datalink ที่ทันสมัยเทียบเท่ากับ F-22 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ทำให้สามารถรับสัญญาณจากเรด้าห์ภาคพื้นได้ไกลกว่า 500 กม. และยังสามารถส่งข้อมูลให้เครื่องพันธมิตรได้อีกด้วย มีความสามารถในการตรวจจับศัตรูที่ระยะ 120 กม. อีกทั้งยังสามารถปฏิบติการได้หลายภารกิจ ทั้งการค้นหาระยะไกล การล็อคเป้าหลายเป้า การจู่โจมภาคพื้น หรือการต่อสู้กับอากาศข้าศึก ด้วยปีกสามเหลี่ยมและปีกเล็กแบบพิเศษทำให้สามารถลงจอดโดยใช้ระยะเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ทางกองทัพอากาศไทยได้สั่งซื้อ Gripen มาจำนวน 12 ลำเพื่อแทนที่ F-5E/F ซึ่งจะทยอยส่งมอบให้ตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นไป
ญี่ปุ่น
Mitsubishi F-2A Viper Zero

เครื่องบินรบในยุค 4.5 ที่ถูกพัฒนาโดย Mitsubishi Heavy Industries และ Lockheed Martin โดยมีต้นแบบเป็น F-16 ของกองทัพอากาศสหรัฐ แต่ถูกพัฒนาให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น และปรับปรุงระบบภายในใหม่ทั้งหมด ทำให้มันมีประสิทธิภาพสูงกว่า ราคาเครื่องละ 108 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ แต่ถูกกฎความร่วมมือของสหรัฐสั่งห้ามส่งออก F-2A ให้ประเทศอื่น และให้สร้างและใช้ได้ภายในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น
Credit : Immortalpao.exteen, Wikipedia, Google











